⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1675/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1675/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งจะรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้า จะต้องพิสูจน์ได้ว่าบุคคลนั้นได้กระทำการอันเป็นการละเมิด หรือมีส่วนร่วมในการละเมิดนั้น.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 2 ผลิตและจำหน่ายสินค้าโดยลอกเลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ แต่นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 2 ผลิตและจำหน่ายสินค้าดังกล่าว และกลับปรากฏว่าจำเลยที่ 3 เป็นผู้รับรองคุณภาพสินค้าที่จำเลยที่ 2 นำไปให้รับรองเท่านั้น โจทก์จึงนำสืบไม่สมฟ้องจำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่าจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ร่วมกันผลิตและจำหน่ายสินค้า โดยใช้เครื่องหมายการค้า DETERNA เลียนแบบเครื่องหมายการค้าDETERDERM ของโจทก์ และได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้จำเลยเพิกถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ห้ามใช้ ขาย และเสนอจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้านั้นให้เรียกเก็บและทำลายสินค้าที่ปรากฏรูปรอยเครื่องหมายการค้าดังกล่าว และให้ใช้ค่าเสียหาย 60,000 บาทกับค่าเสียหายเดือนละ 20,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะยุติการใช้เครื่องหมายนั้น จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้โดยจำเลยที่ 3 ให้การว่าจำเลยที่ 3คิดสูตรสินค้าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ผลิตจำหน่าย จำเลยที่ 3 ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในการกระทำตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าห้ามจำเลยทั้งสามใช้ ขาย และเสนอจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า DETERNA ให้ร่วมกันเก็บหรือทำลายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าดังกล่าว กับให้เพิกถอนคำขอจดทะเบียนและให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 60,000 บาท กับอีกเดือนละ 20,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะเลิกใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าว จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่3 ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันใช้ค่าเสียหายเดือนละ 6,000 บาท แก่โจทก์นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะเลิกใช้เครื่องหมายการค้า นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 3 โดยบรรยายสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับว่า 'ฯ เมื่อประมาณต้นปีพ.ศ.2525 จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ได้ร่วมกันผลิตและจำหน่ายเสนอขายต่อประชาชนทั่วไปซึ่งสบู่น้ำหรือสบู่เหลวบรรจุขวดเช่นเดียวกันกับโจทก์ โดยจำเลยทั้งสองได้ใช้คำว่า 'DETERNA' เป็นที่หมายหรือเครื่องหมายของสินค้า ฯ' และมีคำขอบังคับให้จำเลยเพิกถอนคำขอจดทะเบียนเลขที่ 125220 ห้ามมิให้จำเลยทั้งสามใช้ ขาย และเสนอจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าคำว่า DETERNA กับบรรดาสินค้าของจำเลย แต่ในทางนำสืบของโจทก์ โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 ผลิตและจำหน่ายสินค้าดังกล่าวกลับปรากฏชัดจากพยานหลักฐานของโจทก์เองว่า จำเลยที่ 3 เป็นเพียงผู้รับรองคุณภาพของสินค้าที่จำเลยที่ 2 นำมาให้รับรองเท่านั้น โจทก์จึงนำสืบไม่สมฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ศาลฎีกาเห็นว่าชอบแล้ว' พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1675/2531 นาง สุวรรณ ทอง แท้ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ดี เท อร์ น่า กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง สุวรรณ ทอง แท้ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ดี เท อร์ น่า กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · จำนง นิยมวิภาต · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2135/2518ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 848/2534ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1616/2522ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา