คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1675/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลหนึ่งจะรับผิดในความเสียหายที่เกิดจากการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้า จะต้องพิสูจน์ได้ว่าบุคคลนั้นได้กระทำการอันเป็นการละเมิด หรือมีส่วนร่วมในการละเมิดนั้น.
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 2 ผลิตและจำหน่ายสินค้าโดยลอกเลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์ แต่นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 2 ผลิตและจำหน่ายสินค้าดังกล่าว และกลับปรากฏว่าจำเลยที่ 3 เป็นผู้รับรองคุณภาพสินค้าที่จำเลยที่ 2 นำไปให้รับรองเท่านั้น โจทก์จึงนำสืบไม่สมฟ้องจำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่าจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 3 ร่วมกันผลิตและจำหน่ายสินค้า โดยใช้เครื่องหมายการค้า DETERNA เลียนแบบเครื่องหมายการค้าDETERDERM ของโจทก์ และได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้จำเลยเพิกถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ห้ามใช้ ขาย และเสนอจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้านั้นให้เรียกเก็บและทำลายสินค้าที่ปรากฏรูปรอยเครื่องหมายการค้าดังกล่าว และให้ใช้ค่าเสียหาย 60,000 บาทกับค่าเสียหายเดือนละ 20,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะยุติการใช้เครื่องหมายนั้น
จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้โดยจำเลยที่ 3 ให้การว่าจำเลยที่ 3คิดสูตรสินค้าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ผลิตจำหน่าย จำเลยที่ 3 ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ในการกระทำตามฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าห้ามจำเลยทั้งสามใช้ ขาย และเสนอจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า DETERNA ให้ร่วมกันเก็บหรือทำลายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าดังกล่าว กับให้เพิกถอนคำขอจดทะเบียนและให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 60,000 บาท กับอีกเดือนละ 20,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะเลิกใช้เครื่องหมายการค้าดังกล่าว
จำเลยทั้งสามอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่3 ให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันใช้ค่าเสียหายเดือนละ 6,000 บาท แก่โจทก์นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะเลิกใช้เครื่องหมายการค้า นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 3 โดยบรรยายสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับว่า 'ฯ เมื่อประมาณต้นปีพ.ศ.2525 จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 3 ได้ร่วมกันผลิตและจำหน่ายเสนอขายต่อประชาชนทั่วไปซึ่งสบู่น้ำหรือสบู่เหลวบรรจุขวดเช่นเดียวกันกับโจทก์ โดยจำเลยทั้งสองได้ใช้คำว่า 'DETERNA' เป็นที่หมายหรือเครื่องหมายของสินค้า ฯ' และมีคำขอบังคับให้จำเลยเพิกถอนคำขอจดทะเบียนเลขที่ 125220 ห้ามมิให้จำเลยทั้งสามใช้ ขาย และเสนอจำหน่ายสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าคำว่า DETERNA กับบรรดาสินค้าของจำเลย แต่ในทางนำสืบของโจทก์ โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3 ได้ร่วมกับจำเลยที่ 2 ผลิตและจำหน่ายสินค้าดังกล่าวกลับปรากฏชัดจากพยานหลักฐานของโจทก์เองว่า จำเลยที่ 3 เป็นเพียงผู้รับรองคุณภาพของสินค้าที่จำเลยที่ 2 นำมาให้รับรองเท่านั้น โจทก์จึงนำสืบไม่สมฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ ศาลฎีกาเห็นว่าชอบแล้ว'
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1675/2531
นาง สุวรรณ ทอง แท้ โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัด ดี เท อร์ น่า กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาง สุวรรณ ทอง แท้ · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ดี เท อร์ น่า กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · จำนง นิยมวิภาต · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา