⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1747/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1747/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อกฎหมายกำหนดวิธีการชำระดอกเบี้ยกรณีผิดนัดชำระภาษีอากรไว้เป็นการเฉพาะแล้ว จะนำบทบัญญัติเรื่องดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับแก่กรณีดังกล่าวไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

กรณีผู้มีหน้าที่ชำระภาษีอากรผิดนัด ประมวลรัษฎากร มาตรา 27กำหนดทางแก้ไว้โดยเฉพาะแล้ว จะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 224 ว่าด้วยดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดมาใช้บังคับไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลรัษฎากร ม.27

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 เป็นหนี้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโจทก์และผ่อนชำระบางส่วนแล้ว คงค้างเป็นเงิน 842,650 บาท จำเลยที่ 1 ทำสัญญาผ่อนชำระภาษีดังกล่าวต่อโจทก์พร้อมเงินเพิ่ม โดยตกลงผ่อนชำระเป็นรายเดือน เดือนละงวดรวม 12 งวด โดยมีจำเลยที่ 2 นำที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจำนองค้ำประกันการชำระหนี้ของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ให้โจทก์เพียง 3 งวด แล้วเพิกเฉยไม่ชำระโจทก์เตือนให้จำเลยทั้งสองชำระแล้ว จำเลยเพิกเฉยโจทก์จึงบอกกล่าวบังคับจำนองต่อจำเลยที่ 2 ตามกฎหมาย จำเลยทั้งสองต้องรับผิดชดใช้เงินที่ค้างชำระพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันผิดนัดจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 136,767.40 บาท รวมเป็นเงินที่ต้องชำระให้โจทก์ 895,143.40 บาทขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราที่กล่าวของต้นเงิน758,386 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จหากจำเลยทั้งสองไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดชำระหนี้จนครบ จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 758,386 บาทแก่โจทก์มิฉะนั้นให้ยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาด นำเงินมาชำระหนี้โจทก์จนครบ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเจ้าพนักงานประเมินมีหนังสือแจ้งการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีภาษี พ.ศ. 2522 และ 2523 ไปยังจำเลยที่ 1 ปรากฏว่าจำนวนเงินภาษีอากรสูงมาก จำเลยที่ 1 จึงขอผ่อนชำระ โจทก์ยินยอม แต่แล้วจำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระหนี้ให้โจทก์ตามที่ตกลงไว้มีปัญหาว่า จำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินที่ค้างชำระระหว่างผิดนัดหรือไม่ ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรพิเคราะห์แล้วประมวลรัษฎากร มาตรา 27 ซึ่งใช้บังคับในขณะนั้นบัญญัติไว้มีใจความว่า กรณีที่ผู้มีหน้าที่ชำระภาษีอากร ไม่เสียหรือนำส่งภาษีภายในเวลาที่กล่าวในมาตรา 27 นี้ผู้นั้นจะต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 แห่งเงินภาษีอากรที่ต้องเสียและนำส่ง จึงเห็นได้ว่ากรณีผู้มีหน้าที่ชำระภาษีอากรผิดนัดประมวลรัษฎากรกำหนดทางแก้ไว้โดยเฉพาะแล้ว จะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 ว่าด้วยดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดมาใช้บังคับอีกไม่ได้ ที่ศาลภาษีอากรกลางวินิจฉัยว่าผู้ผิดนัดชำระหนี้ภาษีอากรไม่ต้องรับชำระดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรเห็นพ้องด้วยอุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1747/2531 กรมสรรพากร โจทก์ นาย สุรพงษ์ เด็ดขาด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมสรรพากร · จำเลย - นาย สุรพงษ์ เด็ดขาด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เดชา สุวรรณโณ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10166/2539ฎีกา 1471/2542ฎีกา 358/2540ฎีกา 5528/2534ฎีกา 1781/2509ฎีกา 8396/2538ฎีกา 4623/2540ฎีกา 8923/2544ฎีกา 4225/2529ฎีกา 2843/2546ฎีกา 2384/2536ฎีกา 4708/2542ฎีกา 4873/2528ฎีกา 6695/2548ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 3295/2533ฎีกา 6164/2533ฎีกา 5887/2537ฎีกา 4573-5228/2544ฎีกา 4563/2557ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 2794/2526ฎีกา 1776/2541ฎีกา 7633/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา