คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1814/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แม้จำเลยจะเคยมีตำแหน่งหน้าที่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความสงบเรียบร้อยหรือการส่งเสริมคุณธรรม แต่ก็ไม่มีเหตุอันควรให้รอการลงโทษ เนื่องจากเป็นการกระทำที่บ่อนทำลายสังคม.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเป็นผู้มีการศึกษาถึงระดับปริญญาตรี ได้รับแต่งตั้งให้เป็นวิทยากรไทยอาสาป้องกันชาติและเป็นวิทยากรอบรมลูกเสือชาวบ้าน ทั้งเคยเป็นภริยานายตำรวจชั้นสัญญาบัตรผู้มีหน้าที่ปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมาย รู้แจ้งในการที่จะสร้างสรรค์ประชาชนให้เป็นพลเมืองดีแต่กลับกระทำผิดด้วยการจำหน่ายกัญชาอันเป็นการบ่อนทำลายด้วยการมอมเมาประชาชนเสียเอง ไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษให้.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 26, 75, 102, พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่2) พ.ศ. 2528 มาตรา 4, 7 ริบกัญชาของกลาง
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 26, 75, 102 ที่แก้ไขแล้ว ให้ลงโทษจำคุก 2 ปีคำรับสารภาพของจำเลยมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี ริบกัญชาของกลาง
จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า '...จำเลยจำหน่ายกัญชาแห้งของกลาง น้ำหนัก4.37 กรัม ให้ผู้มีชื่อโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ซึ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มีเจตนารมณ์ที่จะปราบปรามการเผยแพร่ยาเสพติดให้โทษให้เป็นไปโดยมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่ได้ความตามข้อฎีกาและเอกสารท้ายฎีกาของจำเลยว่าจำเลยสำเร็จการศึกษาได้รับประกาศนียบัตรการศึกษาชั้นสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ได้ปริญญาตรีศึกษาศาสตร์บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชผ่านการอบรมได้รับการแต่งตั้งให้เป็นวิทยากรไทยอาสาป้องกันชาติและเป็นวิทยากรอบรมลูกเสือชาวบ้าน ทั้งเคยเป็นภริยานายตำรวจชั้นสัญาบัตรผู้มีหน้าที่ปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายซึ่งถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้มีการศึกษาสูง รู้แจ้งในการที่จะสร้างสรรค์ประชาชนให้เป็นพลเมืองดี แต่กลับกระทำผิดคดีนี้เสียเองและกระทำการอันเป็นการบ่อนทำลายด้วยการมอมเมาประชาชน ขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายดังกล่าวแล้ว จึงไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษให้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น'
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1814/2531
พนักงานอัยการ จังหวัด นครนายก โจทก์
นาง สม ศรี วรร ณ ประเสริฐ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด นครนายก · จำเลย - นาง สม ศรี วรร ณ ประเสริฐ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชวลิต นราลัย · สหัส สิงหวิริยะ · ดำริ ศุภพิโรจน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา