⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1814/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1814/2531

ป.อาญา ม.56

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด แม้จำเลยจะเคยมีตำแหน่งหน้าที่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความสงบเรียบร้อยหรือการส่งเสริมคุณธรรม แต่ก็ไม่มีเหตุอันควรให้รอการลงโทษ เนื่องจากเป็นการกระทำที่บ่อนทำลายสังคม.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นผู้มีการศึกษาถึงระดับปริญญาตรี ได้รับแต่งตั้งให้เป็นวิทยากรไทยอาสาป้องกันชาติและเป็นวิทยากรอบรมลูกเสือชาวบ้าน ทั้งเคยเป็นภริยานายตำรวจชั้นสัญญาบัตรผู้มีหน้าที่ปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมาย รู้แจ้งในการที่จะสร้างสรรค์ประชาชนให้เป็นพลเมืองดีแต่กลับกระทำผิดด้วยการจำหน่ายกัญชาอันเป็นการบ่อนทำลายด้วยการมอมเมาประชาชนเสียเอง ไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษให้.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.56

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, 7, 26, 75, 102, พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่2) พ.ศ. 2528 มาตรา 4, 7 ริบกัญชาของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 26, 75, 102 ที่แก้ไขแล้ว ให้ลงโทษจำคุก 2 ปีคำรับสารภาพของจำเลยมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี ริบกัญชาของกลาง จำเลยอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาโดยผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า '...จำเลยจำหน่ายกัญชาแห้งของกลาง น้ำหนัก4.37 กรัม ให้ผู้มีชื่อโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ซึ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มีเจตนารมณ์ที่จะปราบปรามการเผยแพร่ยาเสพติดให้โทษให้เป็นไปโดยมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่ได้ความตามข้อฎีกาและเอกสารท้ายฎีกาของจำเลยว่าจำเลยสำเร็จการศึกษาได้รับประกาศนียบัตรการศึกษาชั้นสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ได้ปริญญาตรีศึกษาศาสตร์บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชผ่านการอบรมได้รับการแต่งตั้งให้เป็นวิทยากรไทยอาสาป้องกันชาติและเป็นวิทยากรอบรมลูกเสือชาวบ้าน ทั้งเคยเป็นภริยานายตำรวจชั้นสัญาบัตรผู้มีหน้าที่ปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายซึ่งถือได้ว่าจำเลยเป็นผู้มีการศึกษาสูง รู้แจ้งในการที่จะสร้างสรรค์ประชาชนให้เป็นพลเมืองดี แต่กลับกระทำผิดคดีนี้เสียเองและกระทำการอันเป็นการบ่อนทำลายด้วยการมอมเมาประชาชน ขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมายดังกล่าวแล้ว จึงไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษให้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น' พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1814/2531 พนักงานอัยการ จังหวัด นครนายก โจทก์ นาง สม ศรี วรร ณ ประเสริฐ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด นครนายก · จำเลย - นาง สม ศรี วรร ณ ประเสริฐ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต นราลัย · สหัส สิงหวิริยะ · ดำริ ศุภพิโรจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6538/2562ฎีกา 2936/2564ฎีกา 20504/2556ฎีกา 17225/2557ฎีกา 1891/2500ฎีกา 11320/2556ฎีกา 1360/2555ฎีกา 6661/2561ฎีกา 5048/2550ฎีกา 7074/2541ฎีกา 5598/2540ฎีกา 50/2563ฎีกา 6092/2564ฎีกา 1872/2563ฎีกา 633/2540ฎีกา 2724/2550ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 647/2563ฎีกา 412/2540ฎีกา 370/2542ฎีกา 13646/2558ฎีกา 2600/2563ฎีกา 960/2559
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา