คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2158/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหน้าที่การเงินของสหกรณ์เก็บรักษาเงินสดของสหกรณ์ไว้เกินกว่าที่ระเบียบกำหนด โดยไม่นำส่วนที่เกินไปฝากธนาคาร และเก็บรักษาเงินสดไว้ในที่ที่ง่ายต่อการถูกโจรกรรม ถือเป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ซึ่งหากเกิดความเสียหายขึ้น ความเสียหายนั้นย่อมเป็นผลโดยตรงจากการประมาทเลินเล่อของเจ้าหน้าที่การเงินนั้น
ย่อคำพิพากษา
สหกรณ์โจทก์มีระเบียบว่าด้วยการรับจ่ายและเก็บรักษาเงินของสหกรณ์ พ.ศ. 2520 ข้อ 8 ว่า เหรัญญิก หรือเจ้าหน้าที่การเงินของสหกรณ์จะเก็บรักษาเงินสดของสหกรณ์ไว้ได้ไม่เกินหนึ่งพันบาท เงินสดส่วนที่เกินให้นำส่งเข้าฝากในธนาคารที่สหกรณ์เปิดบัญชีเงินฝากไว้ ในกรณีจำเป็นไม่สามารถนำเข้าฝากได้ทันในเวลานั้น ๆ ให้ทำบันทึกเสนอประธานกรรมการ หรือรองประธานกรรมการทราบและให้นำส่งเข้าฝากในวันแรกที่เปิดทำการ เงินสดที่เก็บรักษาไว้ดังกล่าวข้างต้นให้เก็บรักษาไว้ในตู้นิรภัยของสหกรณ์ ซึ่งจำเลยทราบระเบียบดังกล่าวดีอยู่แล้ว การที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบกลับเก็บรักษาเงินสดของโจทก์ไว้เป็นจำนวนมากถึง 43,878.22 บาท โดยละเลยไม่นำส่วนที่เกินหนึ่งพันบาทไปฝากธนาคาร ทั้งไม่ทำบันทึกเสนอประธานกรรมการหรือรองประธานกรรมการของโจทก์รับทราบ และเก็บรักษาลูกกุญแจตู้นิรภัย เก็บเงินไว้ในโต๊ะทำงานซึ่งอยู่ห่างตู้นิรภัยเพียง 1 เมตร ง่ายต่อการที่คนร้ายจะค้นพบแล้วนำไปไขเปิดตู้นิรภัยนั้น พฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เมื่อมีคนร้ายลักลอบเข้ามางัดโต๊ะทำงานและค้นได้ลูกกุญแจนำไปไขตู้นิรภัยแล้วลักเอาเงินสดจำนวนดังกล่าวข้างต้นไป ความเสียหายย่อมเป็นผลโดยตรงจากการประมาทเลินเล่อของจำเลย ถือได้ว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์โดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเป็นเหตุให้คนร้ายสามารถลักเงินสดของโจทก์ไป ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายเท่ากับจำนวนเงินที่ถูกลักพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์
จำเลยให้การว่าไม่ได้ประมาทเลินเล่อ เหตุที่เงินหายเพราะมีคนร้ายเข้ามาโจรกรรมโดยงัดโต๊ะทำงานของจำเลย เอาลูกกุญแจตู้นิรภัยไปไขตู้นิรภัย แล้วลักเงินไปเอง จำเลยจึงไม่ได้ทำละเมิดโจทก์
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๔๓,๘๗๘.๒๒ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๒๕ ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า การที่จำเลยฝ่าฝืนระเบียบก็ดีหรือเก็บลูกกุญแจไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานก็ดียังไม่เป็นการประมาทเลินเล่อและไม่เป็นการละเมิดนั้นเห็นว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย การพิจารณาวินิจฉัยในปัญหานี้จำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์รับฟังเป็นยุติแล้วว่า จำเลยเป็นเหรัญญิกมีหน้าที่เก็บรักษาเงินของโจทก์ โจทก์มีระเบียบว่าด้วยการรับจ่ายและเก็บรักษาเงินของสหกรณ์พ.ศ. ๒๕๒๐ ข้อ ๘ ว่า 'เหรัญญิกหรือเจ้าหน้าที่การเงินของสหกรณ์จะเก็บรักษาเงินสดของสหกรณ์ไว้ได้ไม่เกินหนึ่งพันบาท เงินสดส่วนที่เกินให้นำส่งเข้าฝากในธนาคารที่สหกรณ์เปิดบัญชีเงินฝากไว้ ในกรณีจำเป็นไม่สามารถนำเข้าฝากได้ทันในเวลานั้น ๆ ให้ทำบันทึกเสนอประธานกรรมการหรือรองประธานกรรมการทราบและให้นำส่งเข้าฝากในวันแรกที่เปิดทำการ เงินสดที่เก็บรักษาไว้ดังกล่าวข้างต้นให้เก็บรักษาไว้ในตู้นิรภัยของสหกรณ์ (ในระหว่างที่สหกรณ์ยังไม่มีตู้นิรภัยให้ประธานกรรมการนำฝากไว้ในตู้นิรภัยของทางราชการ) เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๒๕ จำเลยได้เก็บเงินสดจำนวน ๔๓,๘๗๘.๒๒ บาท ของโจทก์ไว้โดยไม่นำเข้าฝากธนาคารที่โจทก์เปิดบัญชี จำเลยได้นำเงินเข้าเก็บไว้ในตู้นิรภัยของทางราชการโดยไม่ได้ทำบันทึกเสนอเพื่อขออนุมัติต่อประธานกรรมการหรือรองประธานกรรมการของโจทก์ ต่อมามีคนร้ายงัดโต๊ะที่จำเลยเก็บลูกกุญแจตู้นิรภัยไว้แล้วนำลูกกุญแจไปไขตู้นิรภัยเอาเงินจำนวนดังกล่าวของโจทก์ไป พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยทราบระเบียบว่าด้วยการรับจ่ายและเก็บรักษาเงินของโจทก์ดีอยู่แล้วว่าห้ามมิให้เหรัญญิกหรือเจ้าหน้าที่การเงินของโจทก์เก็บรักษาเงินสดไว้เกินจำนวนหนึ่งพันบาท เงินส่วนที่เกินให้ฝากธนาคารที่โจทก์เปิดบัญชีเงินฝากไว้ ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่สามารถนำเข้าฝากได้ทันตามเวลา ให้ทำบันทึกเสนอประธานหรือรองประธานกรรมการโจทก์ทราบ และให้นำส่งเข้าฝากในวันแรกเปิดทำการ แต่จำเลยก็ไม่ยอมปฏิบัติตามระเบียบดังกล่าว กลับเก็บรักษาเงินสดของโจทก์ไว้เป็นจำนวนมากถึง ๔๓,๘๗๘.๒๒ บาท โดยละเลยไม่ยอมนำส่วนที่เกินหนึ่งพันบาทไปฝากธนาคาร ทั้งไม่ทำบันทึกเสนอให้ประธานกรรมการหรือรองประธานกรรมการของโจทก์ทราบอีกด้วย ส่วนลูกกุญแจตู้นิรภัยเก็บเงินจำเลยก็ไม่ได้เก็บรักษาตามระเบียบ แต่กลับนำไปเก็บในโต๊ะทำงานซึ่งอยู่ห่างตู้นิรภัยเพียงประมาณ ๑ เมตร ง่ายต่อการที่คนร้ายจะค้นหาพบแล้วนำไปไขเปิดตู้นิรภัย พฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เมื่อมีคนร้ายลักลอบเข้ามางัดโต๊ะทำงาน และค้นได้ลูกกุญแจนำไปไขตู้นิรภัยแล้วลักเอาเงินสดจำนวนดังกล่าวไป ย่อมเป็นผลโดยตรงจากการประมาทเลินเล่อของจำเลย ถือได้ว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2158/2531
สหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการกรมอัยการ จำกัด โจทก์
นางชวนี สุเรรัตน์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - สหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการกรมอัยการ จำกัด · จำเลย - นางชวนี สุเรรัตน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประชา บุญวนิช · ดุสิต วราโห · คำนึง อุไรรัตน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายวินัย ภักดี · ศาลอุทธรณ์ - นายไพริน มะนุญพร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา