⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 217/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 217/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐได้ร่วมกันทำเอกสารและรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ โดยมีเจตนาทุจริต หรือแสวงหาประโยชน์ส่วนตนโดยมิชอบ อาจเป็นความผิดตามกฎหมายได้ แม้ข้อเท็จจริงที่ระบุในเอกสารจะไม่ตรงกับความเป็นจริงทั้งหมดก็ตาม.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการตรวจรับการจ้างกรรมการควบคุมและดำเนินการจ้างซ่อมทำนบดินตามโครงการสร้างงานในชนบทจำเลยได้ประชุมราษฎรในหมู่บ้านตกลงลดค่าจ้างขุดดินซ่อมทำนบดังกล่าวให้น้อยลงกว่าที่มีการอนุมัติเพื่อให้ได้จำนวนดินมากขึ้นให้ทำนบมีความแข็งแรงเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ต่อมาราษฎรได้รับจ้างขุดดินตามที่ได้มีการตกลงกัน จำเลยได้ร่วมกันทำเอกสารหนังสือขอเบิกเงิน งบใบสำคัญ หนังสือรายงานผลการดำเนินการจ้างแรงงาน ใบตรวจรับการจ้างแรงงาน ระบุรายละเอียดค่าแรงงาน จำนวนดินค่าคุมงานต่าง ๆ ให้ตรงกับที่ได้รับอนุมัติและเป็นหลักฐานว่าได้ดำเนินการแล้วเพื่อขอเบิกเงินจากทางราชการมาจ่ายให้แก่ราษฎรผู้รับจ้าง ดังนี้ เมื่อปรากฏว่ายอดเงินที่ระบุในเอกสารทั้งสี่ฉบับตรงกับยอดเงินที่จำเลยได้จ่ายให้แก่ราษฎรไปแล้ว จำนวนดินที่ไม่ตรงกันนั้นก็ขุดได้มากกว่าที่ระบุไว้ ไม่ปรากฏว่าจำเลยคนใดทุจริตได้ประโยชน์จากโครงการดังกล่าว แม้จำนวนดินและจำนวนเงินที่ระบุในเอกสารจะไม่ตรงกับความจริงไปบ้าง ก็ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ร่วมกันทำเอกสารและรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้นตามฟ้องจำเลยอื่นซึ่งโจทก์ฟ้องว่าเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดจึงไม่ได้กระทำผิดเช่นกันเพราะเมื่อไม่มีการกระทำผิดจึงไม่อาจเกิดการกระทำที่เป็นการสนับสนุนให้กระทำผิดได้เหตุดังกล่าวเป็นเหตุในลักษณะคดี แม้ศาลฎีกาจะไม่รับวินิจฉัยฎีกาของจำเลยอื่นเนื่องจากต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษาตลอดถึงจำเลยอื่นว่าไม่มีความผิดได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 213 ประกอบมาตรา 225

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.86 ประมวลกฎหมายอาญา ม.162

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งแปดกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกระทง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งแปดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗, ๑๕๑, ๑๕๗, ๑๖๒,๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๖, ๘๓, ๘๖, ๙๐, ๙๑ ให้จำเลยร่วมกันคืนหรือใช้ราคาเงิน ๒๕,๖๙๗.๖๐ บาทแก่เจ้าของทรัพย์ จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๘ ให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณาจำเลยที่ ๑ ตาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๑ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยที่ ๒ ที่ ๕ ที่ ๖ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗, ๑๕๑, ๑๕๗, ๑๖๒, ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๖, ๘๓, ๙๐ ซึ่งแก้ไขแล้วจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๗ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗, ๑๕๑, ๑๕๗, ๑๖๒, ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๖, ๘๖, ๙๐ ซึ่งแก้ไขแล้ว ลงโทษจำเลยที่ ๒ ที่ ๕ ที่ ๖ ตามมาตรา ๑๔๗, ๑๕๑, ๘๓ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกคนละ ๖ ปี ลงโทษจำเลยที่ ๓ที่ ๔ และที่ ๗ ตามมาตรา ๑๔๗, ๑๕๑, ๘๖ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุกคนละ ๔ ปี ให้จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๗ ร่วมกันคืนหรือใช้ราคา ๒๕,๖๙๗.๖๐ บาท แก่เจ้าของทรัพย์คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๗ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๕ ที่ ๖ ไม่มีความผิดตามฟ้องข้อ ก.และ ง. ให้ยกฟ้อง ๒ ข้อหาดังกล่าวเสียด้วย และให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๕ ที่ ๖ คนละ ๕ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๕ และที่ ๖ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๗ ฎีกาให้ยกฟ้อง ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จำเลยที่ ๒ ถึงแก่ความตายจึงให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าสำหรับจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๗ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำคุกคนละ ๔ ปี ฎีกาของจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๗ ทุกข้อเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ คงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่าจำเลยที่ ๕ และที่ ๖ ได้ร่วมกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่นำสืบรับกันและไม่ได้อุทธรณ์ฎีกาขึ้นมาว่า จำเลยที่ ๒ ที่ ๕ ที่ ๖ เป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๖ ที่ ๑ และที่ ๗ และเป็นกรรมการสภาตำบลกล้วยกว้าง กิ่งอำเภอห้วยทับทัน โดยตำแหน่ง จำเลยที่ ๔ เป็นกรรมการสภาตำบลกล้วยกว้างผู้ทรงคุณวุฒิ สภาตำบลกล้วยกว้างได้ประชุมมีมติให้เริ่มโครงการสร้างงานชนบทซ่อมทำนบดินบ้านไฮใหญ่ ตำบลกล้วยกว้างพร้อมทั้งแต่งตั้งจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๗ เป็นกรรมการควบคุมงานและดำเนินการจ้างแต่งตั้งจำเลยที่ ๑ ที่ ๕ และที่ ๖ เป็นคณะกรรมการตรวจรับการจ้าง จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นกำนันและเป็นประธานสภาตำบลกล้วยกว้างโดยตำแหน่งได้มีคำสั่งแต่งตั้งจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๗ ให้ดำเนินการตามมติที่ประชุมสภาตำบลแล้ว เฉพาะจำเลยที่ ๒ ที่ ๕ ที่ ๖ เป็นเจ้าพนักงานมีอำนาจหน้าที่บริหารงานของสภาตำบลตามที่ได้รับมอบหมายจากทางราชการและผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๒๖ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๕ ข้อ ๑๑โดยเฉพาะงานในหน้าที่ตามโครงการสร้างงานในชนบทตามที่กล่าวในฟ้องเมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๒๙ จำเลยที่ ๒ ได้ประชุมราษฎรในหมู่บ้าน ได้ตกลงลดค่าจ้างขุดดินซ่อมทำนบดังกล่าวเหลืออัตราเดียวคือ ลูกบาศก์เมตรละ ๒๐ บาท เพื่อให้ได้จำนวนเนื้อที่ดินมากขึ้นแต่ใช้เงินเท่าเดิม และระหว่างวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๒๔ ถึงวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๔ ราษฎรตำบลกล้วยกว้างได้รับจ้างขุดดินซ่อมทำนบดังกล่าวโดยยอมรับค่าจ้างในอัตราลูกบาศก์เมตรละ ๒๐บาทเพียงอัตราเดียว แล้วทางราชการจังหวัดศรีสะเกษได้เบิกจ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินจำนวน ๗๖,๖๔๐ บาทตามที่สภาตำบลกล้วยกว้างขอเบิกโดยมีหลักฐานการจ่ายเงินตามแบบพิมพ์ กสช.๗ ซึ่งมีผู้รับจ้างลงลายมือชื่อรับเงินและจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ ที่๗ ลงลายมือชื่อรับรอง ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๓ ถึง จ.๘ ส่งไปพร้อมงบใบสำคัญแบบ กสช.๙ คำสั่งแต่งตั้งกรรมการดำเนินงานตามโครงการสร้างงานในชนบทรายงานผลการดำเนินการจ้างแรงงานราษฎรและควบคุมงานกับใบตรวจรับการจ้างแรงงาน ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.๙ ถึง จ.๑๒โดยจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๗ ได้ลงลายมือชื่อในเอกสารหมาย จ.๑๑ จริง เงินจำนวน ๗๖,๖๔๐ บาท เมื่อหักเงินค่าควบคุมงาน ๔ คน คนละ ๒๐ วัน วันละ ๔๕ บาท เป็นเงิน ๓,๖๐๐ บาท คงเหลือเป็นเงินที่ต้องจ่ายให้ราษฎรผู้รับจ้างเป็นเงิน ๗๓,๐๔๐ บาท และเงินจำนวนนี้ได้หมดไปแล้ว (ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยหลอกลวงราษฎร จึงไม่เป็นความผิดตามฟ้องข้อ ก. และฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้เบียดบังเอาเงินจำนวน ๒๕,๖๙๗.๖๐ บาทไว้เป็นประโยชน์ของตนโดยทุจริต จึงไม่เป็นความผิดตามฟ้องข้อ ข.) คงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปว่าจำเลยได้ร่วมกันทำเอกสารและรับรองเอกสารอันเป็นเท็จตามฟ้องข้อ ค. หรือไม่ เห็นว่า เอกสารที่โจทก์อ้างว่าเป็นเอกสารเท็จคือหนังสือขอเบิกเงินเอกสารหมาย จ.๒ งบใบสำคัญเอกสารหมาย จ.๙ หนังสือรายงานผลการดำเนินการจ้างแรงงานราษฎรและควบคุมงานเอกสารหมาย จ.๑๑ ใบตรวจรับการจ้างแรงงานเอกสารหมาย จ.๑๒ ซึ่งเอกสารหมาย จ.๑๑ เป็นหนังสือที่จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๗ ผู้คุมงานถึงประธานสภาตำบลกล้วยกว้างว่าได้ทำการจ้างและควบคุมงานโครงการที่ ๓ ประเภท ๑ซ่อมทำนบดินหมู่ที่ ๖ ตำบลกล้วยกว้าง เป็นเงินทั้งสิ้น ๗๖,๘๔๐บาท ได้ดำเนินการแล้ว โดยการจ้างตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยโครงการสร้างงานในชนบท พ.ศ. ๒๕๒๔ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจ้างและควบคุมงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขอเชิญคณะกรรมการตรวจรับการจ้างมาตรวจรับและเบิกจ่ายให้แก่ราษฎรต่อไป ซึ่งจำเลยที่ ๑ ก็มีคำสั่งให้แจ้งคณะกรรมการตรวจรับและเบิกจ่ายเงินต่อไป เอกสารหมาย จ.๑๒ เป็นใบตรวจรับการจ้างและตรวจรับการจ้างแรงงานซึ่งมีข้อความสรุปว่า ผู้รับจ้างได้ดำเนินการเสร็จแล้วตามรายละเอียดเป็นเงิน ๗๖,๖๔๐ บาท ได้ถูกต้องตรงกับโครงการที่ กสจ. อนุมัติแล้ว ตั้งแต่วันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๔ โดยจำเลยที่ ๑ ที่ ๕ และที่ ๖ ลงลายมือชื่อในฐานะประธานกรรมการและกรรมการลำดับเอกสารหมาย จ.๒ เป็นหนังสือขอเบิกเงินจำนวน ๗๖,๖๔๐ บาท ซึ่งจำเลยที่ ๑ ลงลายมือชื่อร่วมกับกรรมการอื่นซึ่งไม่ใช่จำเลย ทางอำเภออุทุมพรพิสัยได้ตรวจสอบถูกต้องและอนุมัติให้จ่าย และเอกสารหมาย จ.๙ เป็นงบหน้าใบสำคัญซึ่งจำเลยที่ ๑ และกรรมการสภาตำบลอีก ๕ คนลงลายมือชื่อ ซึ่งเอกสารทั้งหมดได้ระบุรายละเอียดค่าแรงงาน จำนวนดินค่าคุมงาน และจำนวนเงิน ตรงกันทั้งสี่ฉบับ ซึ่งเอกสารทั้งสี่ฉบับนี้ รายละเอียดจำนวนค่าแรงงาน จำนวนดิน ค่าคุมงาน และรวมยอดเงินตรงตามเอกสารหมาย จ.๑ แบบเสนอรายละเอียดและค่าใช้จ่ายของโครงการซ่อมแซมและต่อเติมทำนบซึ่งกสจ.ได้อนุมัติแล้ว เมื่อยอดเงินที่ระบุในเอกสารทั้งสี่ฉบับตรงกับยอดเงินที่จำเลยนำสืบว่าได้นำไปจ่ายเป็นค่าจ้างให้แก่ราษฎรหมดไปแล้ว จำนวนดินที่ไม่ตรงกันแต่ตามความจริงได้จำนวนดินถึง ๓,๖๕๒ ลูกบาศก์เมตร มากกว่าที่ระบุไว้ในโครงการเสียอีก ส่วนอัตราค่าจ้างความสูง ๑ เมตรแรก อัตราลูกบาศก์เมตรละ ๒๐ บาท ส่วนความสูงเมตรที่ ๒ และที่ ๓ ไม่ตรงตามที่ได้จ้างราษฎร แต่ก็ปรากฏว่าราษฎรผู้รับจ้างขุดได้พร้อมใจกันลดราคาลงเหลือลูกบาศก์เมตรละ ๒๐ บาทเท่ากันหมดเพื่อจะให้ได้จำนวนดินมากให้ทำนบมีความแข็งแรงและกักเก็บน้ำได้จำนวนมากอันเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม การที่จำเลยดังกล่าวทำรายละเอียดตามที่ระบุในเอกสารทั้งสี่ฉบับก็เพื่อให้ตรงตามที่ได้รับอนุมัติเพื่อจะได้เบิกเงินมาจ่ายให้ราษฎรที่รับจ้างได้ เมื่อได้รับเงินมาแล้วก็จ่ายให้ราษฎรไปทั้งหมด โดยไม่ปรากฏว่ามีจำเลยคนใดทุจริต ได้ประโยชน์จากการปฏิบัติงานตามโครงการดังกล่าว แม้จำนวนดินและจำนวนเงินที่ระบุในเอกสารจะไม่ตรงกับความเป็นจริงไปบ้าง ก็ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยได้ร่วมกันทำเอกสารและรับรองเอกสารอันเป็นเท็จ จึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง ข้อ ค. ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงต่อไปว่า คดีนี้ยังฟังไม่ถนัดว่า เอกสารหมาย จ.๓ ถึง จ.๘ เป็นเอกสารปลอมจำเลยที่ ๕และที่ ๖ จึงไม่มีความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอมและใช้เอกสารปลอมตามฟ้องข้อ ง. เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าได้มีการกระทำผิดเกิดขึ้นตามฟ้องข้อ ก.ข.ค. และ ง. จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๗ ซึ่งโจทก์ฟ้องว่าเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำผิดตามฟ้องข้อ ก. ข้อ ข. และข้อ ค. และรวมกระทำผิดตามฟ้องข้อ ง. จึงไม่ได้กระทำผิดเช่นกัน เพราะเมื่อไม่มีการกระทำผิดจึงไม่อาจเกิดการกระทำที่เป็นการสนับสนุนให้กระทำผิดได้ อันเป็นเหตุในลักษณะคดีแม้ศาลฎีกาจะไม่รับวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๗ดังกล่าวไว้ในตอนต้น ศาลฎีกาก็มีอำนาจพิพากษาตลอดถึงจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๗ ว่าไม่มีความผิดตามฟ้องทุกข้อหาได้ด้วย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๓ ประกอบมาตรา ๒๒๕ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๓ ถึงที่ ๗ ทุกข้อหา นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 217/2531 พนักงานอัยการ จังหวัดศรีสะเกษ โจทก์ นายถิ่น ครุฑแก้ว กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดศรีสะเกษ · จำเลย - นายถิ่น ครุฑแก้ว กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระชัย สูตรสุวรรณ · สุพจน์ นาถะพินธุ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายประเสริฐ เขียนนิลศิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายส่งศักดิ์ เปรมวุฒิ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 3345/2535ฎีกา 180/2554ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1270/2506ฎีกา 1795/2493ฎีกา 664/2520ฎีกา 6355/2544ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3578/2531ฎีกา 7281/2537ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 726/2487ฎีกา 11720/2555ฎีกา 7201/2568ฎีกา 2936/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา