⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 218/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 218/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- เมื่อมีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกฟ้องโจทก์ในความผิดที่จำเลยมิได้อุทธรณ์ได้ หากข้อเท็จจริงไม่เพียงพอรับฟังลงโทษจำเลย.

ย่อคำพิพากษา

ฎีกาเพิ่มเติมของจำเลยที่ยื่นเกินกำหนด ศาลชั้นต้นสั่งรับไว้เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานมีลูกระเบิดไว้ในครอบครองแม้จำเลยมิได้อุทธรณ์ก็ตาม แต่เมื่อมีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาว่าจำเลยขว้างลูกระเบิดเพื่อพยายามฆ่าผู้เสียหายหรือไม่ และข้อเท็จจริงไม่พอรับฟังว่าจำเลยมีลูกระเบิดศาลฎีกามีอำนาจยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานนี้ได้ด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.163 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.198 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.215 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.55

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืน พาอาวุธปืนมีลูกระเบิดมือและใช้ลูกระเบิดมือดังกล่าวขว้างเพื่อต่อสู้ขัดขวางและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ, ๕๕, ๗๘ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๔ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ ข้อ ๓, ๖, ๗ กฎกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๒๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ ข้อ ๓ พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖, ๘ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘, ๒๘๙, ๓๗๑, ๘๐, ๙๑ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๑ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ ข้อ ๔ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๔ ให้ริบของกลางและนับโทษติดต่อกับโทษจำเลยในคดีอื่น จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ, ๕๕, ๗๘ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๔ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ ข้อ ๓, ๖, ๗ กฎกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๒๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ ข้อ ๓ พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖, ๘ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๘, ๒๘๙ (มาตรา ๒๘๙ น่าจะผิดพลาด) ๓๗๑, ๘๐, ๙๑ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๑ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ ข้อ ๔ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๔ การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกรรมต่างกัน วางโทษฐานมีอาวุธปืนเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่มีใบอนุญาต จำคุก ๑ ปี ฐานพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำคุก ๖ เดือน ฐานมีลูกระเบิดมือสังหารจำคุก ๒ ปี ฐานต่อสู้ขัดขวางการจับกุมของเจ้าพนักงานจำคุก ๖ เดือน รวมจำคุก ๔ ปี ความรับผิดอื่นนอกจากนี้ให้ยกฟ้อง ให้ริบของกลาง และนับโทษต่อกับโทษจำเลยในคดีอื่น โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ (๒) ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ และมาตรา ๕๒ (๑) จำคุกตลอดชีวิต เมื่อลงโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิตแล้วโทษจำคุกจำเลยในความผิดอื่นจะนำมารวมอีกไม่ได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ (๓) คงลงโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิตสถานเดียว โดยไม่นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอื่น นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีข้อวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยฉบับลงวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๓๐ ว่า จำเลยมีลูกระเบิดไว้ในครอบครองและขว้างระเบิดใส่เพื่อฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ดังฟ้องหรือไม่ ส่วนฎีกาเพิ่มเติมของจำเลยลงวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๓๐ ยื่นเลยกำหนด ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเพิ่มเติมไว้จึงไม่ชอบและศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้ และวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำมาสืบยังไม่มั่นคงพอที่จะให้รับฟังว่าจำเลยมีลูกระเบิดไว้ในครอบครองและขว้างลูกระเบิดเพื่อฆ่าผู้เสียหาย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีลูกระเบิดไว้ในครอบครองและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยขว้างลูกระเบิดใส่เพื่อฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น สำหรับความผิดฐานมีลูกระเบิดไว้ในครอบครอง เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย จำเลยมิได้อุทธรณ์ไว้ก็ตาม แต่เมื่อมีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นฎีกาว่าจำเลยขว้างลูกระเบิดเพื่อพยายามฆ่าผู้เสียหายหรือไม่ และข้อเท็จจริงไม่พอรับฟังว่าจำเลยมีลูกระเบิดเสียแล้ว ศาลฎีกามีอำนาจที่จะยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานนี้ได้ด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๕ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ฐานความผิดมีลูกระเบิดไว้ในครอบครอง และฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่นั้นเสีย การนับโทษต่อให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 218/2531 พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น โจทก์ นายแหล หรือประเสริฐ หรือเสริฐ รามสูงเนิน หรืออุดมศิลป์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่น · จำเลย - นายแหล หรือประเสริฐ หรือเสริฐ รามสูงเนิน หรืออุดมศิลป์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · ถาวร ตันตราภรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดขอนแก่น - นายนิพนธ์ พิชยพาณิชย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอัมพร เดชศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 226/2529ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1795/2493ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 551/2514ฎีกา 425/2486ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 11/2539ฎีกา 5806/2534ฎีกา 1165/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา