⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2180/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2180/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำจะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทได้ ต้องเป็นการใส่ความผู้อื่นโดยยืนยันข้อเท็จจริงที่ใส่ความนั้นต่อบุคคลที่สาม และการใส่ความนั้นน่าจะทำให้ผู้อื่นที่ถูกใส่ความเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง

ย่อคำพิพากษา

การที่จะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทนั้น จะต้องเป็นการใส่ความผู้อื่นโดยยืนยันข้อเท็จจริงที่ใส่ความนั้นต่อบุคคลที่สามและการใส่ความนั้นน่าจะทำให้ผู้อื่นที่ถูกใส่ความเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ดังนั้น การที่จำเลยถาม ป. ว่ามีความสัมพันธ์ทางชู้สาวกับโจทก์หรือไม่ จึงเป็นเพียงการคาดคะเนของจำเลยเท่านั้น มิใช่เป็นการยืนยันข้อเท็จจริงอันน่าจะทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชังแต่ประการใด จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทและข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยกล่าววาจาต่อหน้าโจทก์ จึงไม่ใช่เป็นดูหมิ่นโจทก์ซึ่งหน้า จำเลยไม่มีความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้า

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.326 ประมวลกฎหมายอาญา ม.393

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖, ๓๙๓, ๙๑ ศาลชั้นต้นพิจารณาคำฟ้องของโจทก์แล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่าถ้อยคำที่จำเลยพูดกับนายประกอบ บุญมาก ตามที่โจทก์กล่าวในฟ้องนั้นจะเป็นหมิ่นประมาทหรือดูหมิ่นโจทก์ซึ่งหน้าหรือไม่ เห็นว่า การที่จะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๒๖ นั้น จะต้องเป็นการใส่ความผู้อื่นโดยยืนยันข้อเท็จจริงที่ใส่ความนั้นต่อบุคคลที่สาม และการใส่ความดังกล่าวนั้นน่าจะทำให้ผู้อื่นที่ถูกใส่ความเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง แต่ปรากฏว่าจำเลยได้กล่าวต่อนายประกอบ บุญมากว่า'ที่กอบได้ข่าวว่ามีอะไรกับติ๋มหรือเปล่า (ติ๋ม หมายถึง ชื่อโจทก์) ถ้ามีความสัมพันธ์ทางชู้สาวก็ขอให้เลิกเสีย มันไม่ดี เพราะติ๋มก็มีผัวอยู่แล้ว คำกล่าวของจำเลยดังกล่าวเป็นเรื่องที่จำเลยถามนายประกอบ บุญมาก ว่ามีความสัมพันธ์ทางชู้สาวกับโจทก์หรือไม่ เป็นเพียงคาดคะเนของจำเลยเท่านั้น มิได้ยืนยันข้อเท็จจริง อันน่าจะทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงหรือถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชังแต่ประการใด ฉะนั้น การที่จำเลยกล่าวถ้อยคำดังกล่าวตามที่โจทก์ฟ้องจึงไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ทั้งตามฟ้องไม่ปรากฏว่าจำเลยกล่าววาจาต่อหน้าโจทก์ จึงไม่ใช่เป็นการดูหมิ่นโจทก์ซึ่งหน้าตามที่โจทก์ฟ้อง พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2180/2531 นางดรุณีหรือติ๋ม ใจอ่อนหรือแสนสุรีย์รังสิกุล โจทก์ นางเรณู แสนสุรีย์รังสิกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางดรุณีหรือติ๋ม ใจอ่อนหรือแสนสุรีย์รังสิกุล · จำเลย - นางเรณู แสนสุรีย์รังสิกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประชา บุญวนิช · ดุสิต วราโห · คำนึง อุไรรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสวรรคโลก - นายณรงค์ศักดิ์ เนียมนัด · ศาลอุทธรณ์ - นายนาม ยิ้มแย้ม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 541/2504ฎีกา 3901/2545ฎีกา 975/2531ฎีกา 2371/2522ฎีกา 2314/2529ฎีกา 291/2536ฎีกา 426/2512ฎีกา 106/2506ฎีกา 7651/2552ฎีกา 295/2505ฎีกา 1273/2506ฎีกา 3992/2539ฎีกา 5393/2534ฎีกา 1398/2506ฎีกา 110/2516ฎีกา 1140/2522ฎีกา 856-857/2502ฎีกา 1499/2531ฎีกา 9435/2554ฎีกา 2256/2537ฎีกา 1208/2506ฎีกา 1105/2519ฎีกา 117/2529ฎีกา 858/2523
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา