⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2344/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2344/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ ไม่ทำให้สิทธิในการวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการสิ้นสุดลง แต่ผู้มีสิทธิอุทธรณ์มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลได้ทันทีหลังจากพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว.

ย่อคำพิพากษา

แม้พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 52 วรรคสอง บัญญัติให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ก็ตาม แต่บทบัญญัติดังกล่าวมิได้บัญญัติว่าหากวินิจฉัยอุทธรณ์เกินกำหนดจะมีผลเป็นอย่างไร ดังนั้น เมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยอุทธรณ์ในกำหนด จึงไม่ทำให้อำนาจของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่จะรับวินิจฉัยอุทธรณ์หมดไป เพียงแต่ผู้อุทธรณ์มีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลได้ทันทีหลังจากพ้นกำหนดเวลาสามสิบวันโดยไม่ต้องรอคำวินิจฉัยอุทธรณ์ตามขั้นตอนเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.52

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๙ เป็นคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เมื่อวันที่ ๑๐ และ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ เจ้าพนักงานท้องถิ่นเขตพระโขนงได้มีคำสั่งให้โจทก์ระงับการก่อสร้างอาคารและแก้ไขเปลี่ยนแปลงอาคารให้ถูกต้องตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครตามลำดับ โจทก์เห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ถูกต้องจึงอุทธรณ์คำสั่งต่อจำเลยทั้งเก้าซึ่งเป็นคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จำเลยทั้งเก้าวินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์เห็นว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวไม่ถูกต้อง ทั้งหนังสือแจ้งให้ระงับการก่อสร้างและให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงอาคารมีถึงโจทก์ภายหลังการก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้ว ขอให้พิพากษาว่าคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยทั้งเก้าไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยให้การว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยได้วินิจฉัยอุทธรณ์ไว้ชัดแจ้งแล้วว่าจำเลยก่อสร้างอาคารผิดจากแบบที่ได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานท้องถิ่นให้โจทก์แก้ไขและยื่นขออนุญาตให้ถูกต้อง แต่โจทก์มิได้กระทำ กลับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและอาคารให้เป็นของนิติบุคคลอาคารชุดโดยไม่สุจริต โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารพิพาทเมื่อปี ๒๕๒๓ และก่อสร้างเสร็จในปี ๒๕๒๔ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๒๔ โจทก์ขอจดทะเบียนอาคารดังกล่าวเป็นอาคารชุด โจทก์ขายห้องชุดให้แก่ลูกค้าและจดทะเบียนนิติบุคคลอาคารชุด ชื่อแกรนด์วิลเฮ้าส์ในปี ๒๕๒๔ ตามเอกสารหมาย จ.๔ ต่อมาวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งให้โจทก์ระงับการก่อสร้าง อ้างว่าก่อสร้างผิดไปจากแบบที่ได้รับอนุญาต วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งให้โจทก์แก้ไขอาคารให้ถูกต้องตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องควบคุมการก่อสร้างพ.ศ.๒๕๒๒ และยื่นขออนุญาตให้ถูกต้องภายในกำหนด ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่ง วันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๒๕ โจทก์อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๒๖ประธานคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์แจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้โจทก์ทราบว่า คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้วินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์ตามเอกสารหมาย จ.๖ แล้ววินิจฉัยว่ามีปัญหาตามที่โจทก์ฎีกาว่าคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์เกินกำหนดเวลาตามที่กฎหมายกำหนด ทำให้คำสั่งดังกล่าวไม่อาจใช้บังคับได้นั้น ปัญหานี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอำนาจฟ้อง ซึ่งเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้โจทก์ไม่ได้บรรยายตั้งประเด็นไว้ในฟ้อง โจทก์มีอำนาจยกขึ้นอ้างได้ในชั้นอุทธรณ์และฎีกาตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๕๒ วรรคสอง บัญญัติว่า'ให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์แล้วแจ้งคำวินิจฉัยเป็นหนังสือไปยังผู้อุทธรณ์และเจ้าพนักงานท้องถิ่น คำวินิจฉัยอุทธรณ์ให้เป็นที่สุดแต่ถ้าผู้อุทธรณ์ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ให้เสนอคดีต่อศาลภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์' เห็นว่าบทบัญญัติดังกล่าวนี้แม้จะได้กำหนดเวลาให้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยให้เสร็จไปโดยเร็ว แต่ก็ไม่ได้บัญญัติว่าหากวินิจฉัยอุทธรณ์เกินกำหนดเวลาดังกล่าวมีผลเป็นอย่างไร ไม่มีสภาพบังคับ จึงไม่ทำให้อำนาจของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ที่จะวินิจฉัยอุทธรณ์หมดไป เพียงแต่เป็นเหตุให้ผู้อุทธรณ์มีสิทธิเสนอคดีต่อศาลได้ทันที หลังจากพ้นระยะเวลาดังกล่าว โดยไม่ต้องรอคำวินิจฉัยอุทธรณ์ตามขั้นตอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยทั้งเก้ามีผลบังคับได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2344/2531 ห้างหุ้นส่วนจำกัดศรีเจริญไทยสถาปัตย์ โจทก์ นายเสน่ห์ วัฑฒนาธร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดศรีเจริญไทยสถาปัตย์ · จำเลย - นายเสน่ห์ วัฑฒนาธร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · สวัสดิ์ รอดเจริญ · เดชา สุวรรณโณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายยรรยง ปานุราช · ศาลอุทธรณ์ - นายศรี จาณุจิตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546ฎีกา 7577/2538ฎีกา 1112/2535ฎีกา 1035/2519ฎีกา 1173/2497ฎีกา 1083/2536ฎีกา 768/2518ฎีกา 2498/2550ฎีกา 2126/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา