⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2873/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2873/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสอบสวนความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ย่อมถือได้ว่าได้มีการสอบสวนความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครองแล้วด้วย.

ย่อคำพิพากษา

ในชั้นสอบสวนพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาว่าจำเลยมียาเสพติดให้โทษ(กัญชา) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และได้สอบสวนความผิดดังกล่าวแล้ว จึงย่อมถือได้ว่าความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษ (กัญชา) ไว้ในครอบครองที่โจทก์ฟ้องได้มีการสอบสวนความผิดแล้วด้วยเพราะการมีไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่ายนั้นย่อมต้องมีไว้ในความครอบครอง.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.120 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.76

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 7, 26, 76, 102 ประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 2)พ.ศ.2522 เรื่องระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ.2522 ลงวันที่ 17 กันยายน 2522 ข้อ 4 ริบกัญชาของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ.2522 มาตรา 76 จำคุก 8 เดือน ริบกัญชาของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกจำเลยมีกำหนด 8 เดือน คดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 จำเลยฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าคดีนี้พนักงานอัยการได้ฟ้องจำเลยฐานมียาเสพติดให้โทษ (กัญชา) ไว้ในความครอบครอง พนักงานสอบสวนยังไม่ได้ทำการสอบสวน จึงต้องห้ามมิให้นำคดีมาฟ้อง ปัญหาข้อกฎหมายที่ฎีกานี้ไม่ได้ว่ากันมาในชั้นศาลอุทธรณ์ แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยจึงฎีกาได้ส่วนปัญหาที่ว่าพนักงานสอบสวนได้สอบสวนความผิดตามฟ้องโจทก์แล้วหรือไม่นั้น ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติว่าในชั้นสอบสวนได้แจ้งข้อหาว่าจำเลยมียาเสพติดให้โทษ (กัญชา) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และได้สอบสวนความผิดดังกล่าวแล้ว จึงย่อมถือได้ว่าความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษ (กัญชา) ไว้ในครอบครองที่ฟ้องได้มีการสอบสวนความผิดแล้วด้วย เพราะการมีไว้เพื่อจำหน่ายและจำหน่ายนั้นก็ย่อมจะต้องมีไว้ในครอบครองแล้วจึงเป็นฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น' พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2873/2531 พนักงานอัยการ จังหวัด ภูเก็ต โจทก์ นาย เดวิด โพลแม น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ภูเก็ต · จำเลย - นาย เดวิด โพลแม น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล เปาอินทร์ · สหัส สิงหวิริยะ · นิเวศน์ คำผอง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1313/2523ฎีกา 99/2541ฎีกา 5603/2542ฎีกา 9729/2556ฎีกา 1379/2524ฎีกา 1209/2523ฎีกา 3593/2529ฎีกา 1362/2537ฎีกา 3423/2548ฎีกา 11423/2554ฎีกา 6903/2543ฎีกา 3765/2536ฎีกา 3811/2528ฎีกา 3879/2542ฎีกา 1974/2539ฎีกา 6774/2558ฎีกา 1093/2482ฎีกา 2670/2521ฎีกา 5790/2531ฎีกา 2129/2537ฎีกา 1813/2531ฎีกา 403/2537ฎีกา 8408/2540ฎีกา 5790/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา