คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2670/2521
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย และฐานจำหน่ายเฮโรอีน แม้จะเป็นความผิดต่างกัน แต่ก็เป็นความผิดที่อยู่ในมาตราเดียวกัน และหากการสอบสวนปรากฏว่าจำเลยได้กระทำการทั้งสองอย่าง โจทก์ก็มีอำนาจฟ้องในความผิดทั้งสองฐานได้
ย่อคำพิพากษา
ความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานจำหน่ายเฮโรอีนเป็นความผิดต่างกัน แต่ก็เป็นความผิดรวมอยู่ในมาตราเดียวกัน แม้ตามบันทึกการจับกุมจะตั้งข้อหาเพียงว่าจำเลยมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย แต่เมื่อสอบสวนแล้วปรากฏหว่า จำเลยได้จำหน่ายเฮโรอีนด้วย ก็ถือได้ว่าได้ทำการสอบสวนในความผิดฐานจำหน่ายเฮโรอีนด้วยแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยในฐานความผิดดังกล่าวได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจมีเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ฯ จำนวน ๑ หลอดไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย และบังอาจจำหน่ายเฮโรอีนฯ ดังกล่าวให้แก่บุคคลอื่นโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๔๖๕ ฯลฯ
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า จำเลยมีเฮโรอีนอยู่เพียง ๑ หลอด และได้จำหน่ายให้สายลับของตำรวจไป จำเลยจึงมีความผิดฐานจำหน่ายเฮโรอีน พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๔๖๕ ฯลฯ ให้ลงโทษฐานจำหน่ายเฮโรอีน จำคุก ๕ ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๓ ปี ๔ เดือน ริบของกลาง ส่วนความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายให้ยก
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยจำหน่ายเฮโรอีนโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย แต่การสอบสวนจำเลยในข้อหาฐานจำหน่ายเฮโรอีนไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์จึงต้องห้ามมิให้ฟ้องจำเลยในความผิดฐานจำหน่ายเฮโรอีน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๒๐ พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานจำหน่ายเฮโรอีนเป็นความผิดต่างกัน แต่ก็เป็นความผิดรวมอยู่ในมาตราเดียวกันแม้ตามบันทึกการจับกุมจะตั้งข้อหาเพียงว่า จำเลยมีเฮโรอีนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย แต่เมื่อสอบสวนแล้วปรากฏว่าจำเลยได้จำหน่ายเฮโรอีนด้วย ก็ถือได้ว่าได้ทำการสอบสวนในความผิดฐานจำหน่ายเฮโรอีนด้วยแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยในฐานความผิดดังกล่าวได้
แต่ที่ศาลชั้นต้นปรับบทลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้ พ.ศ.๒๔๖๕ มาตรา ๖๐ ทวิ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๐๔ มาตรา ๖, ๗ นั้น ไม่ถูกต้อง
พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.๒๔๖๕ มาตรา ๒๐ ทวิ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๐๔ มาตรา ๖ ส่วนกำหนดโทษให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ริบของกลาง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2670/2521
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายหลอ หรือ น้า นาคประภัทธ์ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายหลอ หรือ น้า นาคประภัทธ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | แถม ดุลยสุข · พิสัณห์ ลีตเวทย์ · จรัญ สำเร็จประสงค์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายกีรติ สุวรรณาพรหมมา · ศาลอุทธรณ์ - นายปรีชา พานิชวงศ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา