⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3034/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3034/2531

ป.วิ.แพ่ง ม.42, 142, 272 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้จัดการมรดกของผู้ชนะคดีมีสิทธิขอเข้ามาดำเนินกระบวนพิจารณาและบังคับคดีต่อไปได้ แม้จะไม่ได้ยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ หากจำเลยไม่สามารถปฏิบัติตามคำพิพากษาโดยการโอนที่ดินทั้งหมดตามที่กำหนดได้ ศาลอาจสั่งให้จำเลยโอนที่ดินส่วนที่เหลือที่ถูกอายัดไว้ให้แก่โจทก์ได้ หากที่ดินส่วนนั้นอยู่ในขอบเขตของคำพิพากษาและคำบังคับ

ย่อคำพิพากษา

ศาลฎีกาพิพาากษาให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดี ต่อมาโจทก์ถึงแก่ความตามยแม้ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของโจทก์ไม่ได้ขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ ผู้ร้องก็ย่อมมีสิทธิขอดำเนินการบังคับคดีต่อไปได้ เพราะกรณีไม่อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 42 ศาลพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเฉพาะส่วนเนื้อที่ 200 ตารางวาในที่ดินโฉนดเลขที่ 1884 แก่โจทก์ แต่ปรากฏว่าจำเลยกับพวกได้นำที่ดินแปลงดังกล่าวไปแบ่งเป็นแปลงเล็ก ๆ ออกจำหน่ายก่อนแล้ว ในที่ดินจำนวนนี้ศาลชั้นต้นได้สั่งอายัดไว้ 4 แปลงสำหรับคดีนี้ เมื่อไม่ปรากฏว่ายังมีที่ดินส่วนอื่นนอกจากที่ดิน 4 แปลงดังกล่าว ทั้งจำเลยก็ไม่ได้เสนอที่ดินส่วนอื่นให้โจทก์ ดังนี้ ผู้ร้องย่อมร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยโอนที่ดิน 4 แปลงดังกล่าวให้แก่ผู้ร้องได้ ไม่เป็นการร้องขอให้โอนที่ดินแปลงอื่นนอกจากที่กล่าวในคำพิพากษาและคำบังคับทั้งไม่เป็นการพิพากษาและบังคับคดีนอกไปจากคำฟ้อง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.42 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.272 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.273

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.42 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.272 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.273 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเฉพาะส่วนเนื้อที่ ๒๐๐ ตารางวาในที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๘๘๔ ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรีแก่โจทก์ โดยลงชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยต่อมาโจทก์ถึงแก่ความตาย ผู้ร้องในฐานะผู้จัดการมรดกของโจทก์ได้ร้องขอเข้ามาบังคับคดี โดยขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๓๕๕๓,๕๓๕๕๔, ๕๓๕๕๕ และ ๕๓๕๕๖ ซึ่งจำเลยได้ขอแบ่งแยกมาจากโฉนดที่ดินตามฟ้องแก่โจทก์ จำเลยยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องมิได้ยื่นคำร้องขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะ จึงไม่มีสิทธิยื่นคำร้องดังกล่าว การบังคับคดี จะพึงกระทำได้เฉพาะที่ดินโฉนดเลขที่๑๘๘๔ เท่านั้น จะขอให้บังคับคดีโอนที่ดิน ๔ แปลงตามคำร้องขอให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกคำบังคับไปยังจำเลยให้โอนที่ดินทั้ง ๔ แปลงตามคำร้องของผู้ร้องให้แก่ผู้ร้องภายในกำหนด ๓๐ วัน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิที่จะขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนนทบุรี จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามคำพิพากษาศาลฎีกาให้แก่ผู้ร้อง เพราะผู้ร้องไม่ใช่คู่ความหรือบุคคลซึ่งเป็นฝ่ายชนะคดี และผู้ร้องไม่ได้ขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ผู้มรณะ เห็นว่า เมื่อศาลฎีกาพิพากษาคดีแล้วต่อมาโจทก์ถึงแก่ความตายกรณีจึงไม่อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๔๒ ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของโจทก์ย่อมมีสิทธิขอดำเนินการบังคับคดีต่อไปได้ ที่จำเลยฎีกาว่า การบังคับคดีจะพึงกระทำทำได้เฉพาะที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๘๘๔ เท่านั้น ผู้ร้องจะขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดอื่น รวม ๔ แปลงดังกล่าวที่ผู้ร้องอ้างในคำร้องนั้นได้แบ่งแยกมาจากที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๘๘๔ ประกอบกับข้อเท็จจริงปรากฏว่า จำเลยกับพวกได้นำที่ดินไปแบ่งเป็นแปลงเล็กๆ ออกจำหน่ายเป็นเวลานานมาแล้ว และไม่ปรากฏว่า ยังมีที่ดินส่วนอื่นนอกจากที่ดิน ๔ แปลงนี้ ซึ่งได้มีการอายัดไว้อีก ทั้งจำเลยก็ไม่ได้เสนอที่ดินส่วนอื่นให้โจทก์ ดังนั้น คำร้องที่ผู้ร้องขอให้บังคับคดีจึงไม่ได้เป็นการร้องขอให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินอื่นนอกไปจากที่กล่าวในคำพิพากษาและคำบังคับแต่อย่างใด ทั้งไม่เป็นการพิพากษาและบังคับคดีนอกไปจากคำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องตามที่จำเลยกล่าวอ้างการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำเลยโอนที่ดินทั้ง ๔ แปลงดังกล่าวให้ผูร้อง จึงชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3034/2531 นายจำเนียร ทดแทน โจทก์ นางนิยม ทดแทน ผู้ร้อง นายสมชัย โคเมต หรือโคเมท จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจำเนียร ทดแทน · ผู้ร้อง - นางนิยม ทดแทน · จำเลย - นายสมชัย โคเมต หรือโคเมท
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประชา บุญวนิช · ดุสิต วราโห · คำนึง อุไรรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายสุริยะ เดชด่าน · ศาลอุทธรณ์ - นายเสียง ตรีวิมล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2341/2519ฎีกา 6856/2541ฎีกา 1971/2494ฎีกา 3188/2529ฎีกา 6039/2545ฎีกา 1270/2509ฎีกา 789/2515ฎีกา 364/2536ฎีกา 7442/2544ฎีกา 4982/2541ฎีกา 5445/2537ฎีกา 4404/2565ฎีกา 301/2520ฎีกา 5615/2537ฎีกา 6190/2540ฎีกา 3643/2537ฎีกา 963/2544ฎีกา 3068/2539ฎีกา 2755/2565ฎีกา 2074/2529ฎีกา 243/2497ฎีกา 2958/2538ฎีกา 1545/2552ฎีกา 5606/2533
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา