⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3277/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3277/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากการกระทำของผู้ตายไม่เป็นละเมิด โจทก์ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยในฐานะทายาทของผู้ตายได้ แม้โจทก์จะอุทธรณ์เฉพาะปัญหาเรื่องความเป็นทายาทหรือทรัพย์มรดกก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ในคดีที่โจทก์ฟ้องจำเลยให้รับผิดชดใช้ค่าเสียหายในฐานะเป็นทายาทของผู้ตายซึ่งกระทำละเมิดต่อโจทก์ เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยเหตุที่โจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่า จำเลยที่ 2 เป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย และผู้ตายมีทรัพย์มรดกตกทอดแก่ทายาทอย่างใดหรือไม่ แม้โจทก์จะอุทธรณ์เฉพาะปัญหาดังกล่าว เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของผู้ตายไม่เป็นละเมิด โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องแล้ว ศาลอุทธรณ์ก็อาจยกฟ้องโจทก์โดยเหตุดังกล่าวได้โดยไม่จำต้องวินิจฉัยความรับผิดของจำเลยตามข้ออุทธรณ์ของโจทก์แต่อย่างใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.205 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.240

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสี่ในฐานะเป็นทายาทของผู้ตาย ซึ่งกระทำละเมิดต่อโจทก์ให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหาย จำเลยทั้งสี่ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปรากฏจากคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์เพราะโจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าจำเลยที่ 2 เป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายของนายสงวนผู้ตายโดยการแสดงใบสำคัญการสมรส ส่วนจำเลยอื่นโจทก์ก็มิได้นำสืบให้เห็นว่าผู้ตายมีทรัพย์มรดกตกทอดแก่จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 และทายาทอย่างใดหรือไม่ คงนำสืบเพียงว่าเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้ตายเท่านั้น มีปัญหาเฉพาะข้อกฎหมายว่าเมื่อโจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะในปัญหาว่าจำเลยที่ 2 เป็นภริยาผู้ตายหรือไม่และโจทก์จำต้องพิสูจน์ว่าจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ได้รับมรดกทรัพย์สินใดของผู้ตายหรือไม่ ศาลอุทธรณ์จะมีอำนาจวินิจฉัยว่าผู้ตายไม่ได้ขับรถยนต์โดยประมาทเลินเล่อหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงตามฟ้องโจทก์ที่ว่า นายสงวนผู้ตายขับรถยนต์ของโจทก์โดยประมาทเลินเล่อทำให้โจทก์เสียหายอย่างไร และจำเลยทุกคนเป็นทายาทผู้รับมรดกมีความรับผิดแทนผู้ตายอย่างไรนั้นแม้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 จะขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาโจทก์ก็ยังมีหน้าที่นำพยานมาสืบข้อเท็จจริงตามที่ศาลเห็นว่าจำเป็นเกี่ยวกับข้ออ้างของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 205 และเมื่อศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์เห็นว่าตามข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบฟังไม่ได้ตามฟ้องก็อาจพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยอาศัยเหตุต่างกันได้ ไม่เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 205 และ 240 เฉพาะอย่างยิ่งศาลอุทธรณ์ฟังว่าการกระทำของผู้ตายไม่เป็นละเมิด ดังนั้นโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องซึ่งศาลจะยกขึ้นอ้างโดยลำพังได้ เพราะเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามมาตรา 205 และศาลอุทธรณ์ก็ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยเรื่องความรับผิดของจำเลยตามอุทธรณ์ของโจทก์ต่อไปแต่อย่างใด ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยชอบแล้วศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3277/2531 กรมชลประทาน โจทก์ นาง ตุ้ม ผัดตุ่น กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมชลประทาน · จำเลย - นาง ตุ้ม ผัดตุ่น กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อากาศ บำรุงชีพ · เสรี แสงศิลป์ · สุทิน นนทแก้ว
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2076/2542ฎีกา 6634/2538ฎีกา 9349/2539ฎีกา 5679/2553ฎีกา 4782/2543ฎีกา 1697/2538ฎีกา 2556/2538ฎีกา 1059/2494ฎีกา 778/2538ฎีกา 6541/2544ฎีกา 4041/2542ฎีกา 894/2540ฎีกา 249/2486ฎีกา 1498/2548ฎีกา 4473/2541ฎีกา 1660/2518ฎีกา 2660/2545ฎีกา 1500/2498ฎีกา 3502/2532ฎีกา 1333/2531ฎีกา 10930/2554ฎีกา 5364/2533ฎีกา 1808/2542ฎีกา 765/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา