⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3322/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3322/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่จำเลยขับรถกระชากออกไปโดยเร็วและไม่ยอมหยุดรถโดยเจตนาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ตกจากรถ ถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นรถยนต์บรรทุกที่จำเลยขับโดยโหนตัวขึ้นไปยืนบนบันไดรถ จำเลยขับรถกระชากออกไปโดยเร็วและไม่ยอมหยุดรถโดยเจตนาให้ผู้เสียหายตกจากรถจำเลยย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าอาจเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กาย ถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย เมื่อผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสจำเลยจึงต้องมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 298

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295 ประมวลกฎหมายอาญา ม.298

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันต่อสู้ขัดขวาง และพยายามฆ่าเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80, 83, 138, 289(2) จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษตามมาตรา 297, 298 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 4 ปี จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยผิดมาตรา 138 วรรคแรกเพียงมาตราเดียว จำคุก 1 ปี 6 เดือน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติการตามหน้าที่ โดยตามวันเวลาเกิดเหตุผู้เสียหายกับพวกจะเข้าตรวจค้นรถยนต์บรรทุกที่จำเลยขับ ผู้เสียหายโหนตัวขึ้นไปยืนบนบันไดรถด้านซ้ายและร้องบอกว่าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นก่อน แต่จำเลยขับรถกระชากออกไปโดยเร็ว และผู้เสียหายตกจากรถเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยมีเจตนาทำร้ายร่างกายผู้เสียหายด้วยหรือไม่ปรากฏจากแผนที่สังเขปแสดงบริเวณที่เกิดเหตุเอกสารหมาย จ.3, จ.4และคำเบิกความของร้อยตำรวจโทสมาน กิมเดียว พยานโจทก์ว่า ผู้เสียหายตกจากรถห่างจากจุดที่ผู้เสียหายโหนตัวขึ้นรถประมาณ 10 เมตร และได้รับความจากร้อยตำรวจตรีอุบล ประเสริฐศรีพยานโจทก์อีกปากหนึ่งว่าเมื่อผู้เสียหายตกจากรถ รถแล่นเฉียดร่างผู้เสียหายไปห่างกันประมาณ 1 ศอก แล้วจำเลยขับรถหลบหนีไปทางบ้านเหล่า อำเภอสว่างแดนดิน ศาลฎีกาเห็นว่า จากจุดที่ผู้เสียหายตกดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าเหตุที่ผู้เสียหายตกจากรถน่าจะเป็นเพราะแรงเหวี่ยงของรถอันเกิดจากการที่จำเลยขับรถกระชากออกไปโดยเร็วและไม่ยอมหยุดรถ แต่ไม่น่าจะเกิดจากการถีบของนายปรีชาน้องชายจำเลยอีกแรงหนึ่งดังที่พยานโจทก์ทุกปากเบิกความเพราะมิฉะนั้น ผู้เสียหายคงต้องตกอยู่ห่างจากตัวรถมากกว่านี้การที่จำเลยขับรถกระชากออกไปโดยเร็วและไม่ยอมหยุดรถทั้ง ๆ ที่ทราบว่ามีผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนอยู่ที่บันไดรถ แสดงว่าจำเลยมีเจตนาให้ผู้เสียหายตกจากรถ เพื่อมิให้ติดไปกับรถของจำเลย และจำเลยย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าการตกจากรถในลักษณะเช่นนั้น อาจเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กาย การกระทำของจำเลยจึงถือได้ว่ามีเจตนาทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย เมื่อผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสจำเลยจึงต้องมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 298 ที่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง โจทก์ในความผิดบทนี้ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษาแก้ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3322/2531 อัยการ สกลนคร โจทก์ นาย สุภาพ หรือ ภาพ วงศ์ กระจ่าง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ สกลนคร · จำเลย - นาย สุภาพ หรือ ภาพ วงศ์ กระจ่าง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · สวัสดิ์ รอดเจริญ · เดชา สุวรรณโณ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1336/2553ฎีกา 789/2480ฎีกา 7958/2555ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1715/2545ฎีกา 185/2566ฎีกา 729/2483ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 227/2507ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 852/2464ฎีกา 3380/2531ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 2680/2531ฎีกา 7891/2544ฎีกา 122/2483ฎีกา 3295/2543ฎีกา 1189/2537ฎีกา 769-770/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา