⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3504/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3504/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยเบิกความเท็จเกี่ยวกับลายมือชื่อในสัญญาเช่าซึ่งไม่ใช่ข้อสำคัญในคดี ไม่เป็นความผิดฐานเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177

ย่อคำพิพากษา

ในคดีที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกจากตึกแถวที่เช่าเนื่องจากครบกำหนดอายุสัญญาเช่าแล้ว เมื่อจำเลยให้การรับว่าได้ทำสัญญาเช่ากับโจทก์จริงแม้จำเลยจะเบิกความว่าลายมือชื่อผู้เช่าในสัญญาเช่าที่โจทก์นำมาฟ้องไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลยและสัญญาเช่าปลอม ก็ไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใดเพราะสัญญาเช่าจะปลอมหรือไม่จำเลยก็ไม่มีสิทธิจะอยู่อาศัยในตึกแถวที่เช่าอีกต่อไป ข้อความที่จำเลยเบิกความต่อศาลดังกล่าวจึงไม่ใช่ข้อสำคัญในคดี แม้จะเป็นความเท็จจำเลยก็ไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายอาญา ม.177

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเบิกความเท็จ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 177 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 จำคุก 1 ปี จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยให้ออกจากตึกแถวที่เช่าเนื่องจากครบกำหนดอายุสัญญาเช่า 3 ปี เป็นคดีหมายเลขดำที่ 1116/2528 หมายเลขแดงที่ 1142/2529ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การรับว่าได้ทำสัญญาเช่าตึกแถวกับโจทก์จริง แต่สัญญาเช่าฉบับที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นสัญญาปลอม ศาลชั้นต้นในคดีดังกล่าวได้กำหนดประเด็นข้อพิพาทว่าสัญญาเช่าปลอมหรือไม่เป็นประเด็นข้อหนึ่ง จำเลยเบิกความเป็นพยานว่าจำเลยไม่ได้ลงลายมือชื่อในช่องผู้เช่าในสัญญาเช่า สัญญาเช่าที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นสัญญาปลอมในการพิจารณาคดีดังกล่าวได้มีการส่งสัญญาเช่าพิพาทไปตรวจพิสูจน์ยังกองพิสูจน์หลักฐานกรมตำรวจ ผลการตรวจพิสูจน์ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นว่าลายมือชื่อในช่องผู้เช่าน่าจะเป็นลายมือชื่อของจำเลย ศาลชั้นต้นจึงตัดสินว่าสัญญาเช่าไม่ปลอมและให้ขับไล่จำเลย ปัญหามีว่าการกระทำของจำเลยจะเป็นความผิดฐานเบิกความเท็จหรือไม่ เห็นว่า จำเลยให้การรับว่าได้ทำสัญญาเช่ากับโจทก์จริงแม้จริงจะเบิกความว่าลายมือชื่อในช่องผู้เช่าในสัญญาเช่าที่โจทก์นำมาฟ้องไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลยและสัญญาเช่าเป็นสัญญาปลอมก็ไม่ทำให้ผลของคดีเรื่องก่อนเปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด สัญญาเช่าจะปลอมหรือไม่จำเลยก็ไม่มีสิทธิจะอยู่อาศัยในตึกแถวที่เช่าอีกต่อไปข้อความที่จำเลยเบิกความต่อศาลดังกล่าวจึงไม่ใช่ข้อสำคัญในคดีแม้จะเป็นข้อความเท็จ จำเลยก็ไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 177 ดังที่โจทก์ฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3504/2531 นาย พินิจ ทอง กุม โจทก์ นาย ตง แซ่แต้ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย พินิจ ทอง กุม · จำเลย - นาย ตง แซ่แต้
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · ถาวร ตันตราภรณ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3014/2531ฎีกา 730/2516ฎีกา 22/2466ฎีกา 3584/2524ฎีกา 2135/2518ฎีกา 18211/2555ฎีกา 4991/2552ฎีกา 2752/2537ฎีกา 7168/2542ฎีกา 789/2544ฎีกา 4041/2542ฎีกา 4473/2541ฎีกา 1765/2492ฎีกา 5712/2541ฎีกา 70/2518ฎีกา 191/2520ฎีกา 4282/2536ฎีกา 591/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 6528/2537ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 1816/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา