⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3594/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3594/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่นายจ้างมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างให้ลูกจ้างไปทำงานในลักษณะที่แตกต่างไปจากเดิมและมีผลเป็นการลดค่าจ้าง ถือเป็นคำสั่งที่ไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้าง หากลูกจ้างมิได้ตกลงยินยอมด้วย คำสั่งนั้นย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย และลูกจ้างจะถือว่ากระทำผิดต่อระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ลูกจ้างทำหน้าที่เลขานุการกรรมการผู้จัดการของนายจ้าง ทำงานวันจันทร์ถึงวันเสาร์ระหว่างเวลา 8.30 นาฬิกาถึง 17 นาฬิกา เป็นประจำและได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน นายจ้างมีคำสั่งให้ลูกจ้างไปทำงานเป็นพนักงานต้อนรับผู้โดยสารบนรถยนต์โดยสารและมีฐานะเป็นลูกจ้างรายวันค่าจ้างวันละ 73 บาท ต้องออกไปทำงานนอกสถานที่ในวันจันทร์ อังคาร และพุธ ตั้งแต่เวลาประมาณ 9 นาฬิกาถึง 18 นาฬิกาหรือกว่านั้น จึงเป็นคำสั่งเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างอันไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้างโดยลูกจ้างมิได้ตกลงยินยอมด้วย คำสั่งจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายลูกจ้างไม่ปฏิบัติตามจะถือว่าลูกจ้างกระทำผิดต่อระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.46 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.582 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.20

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย ตำแหน่งเลขานุการกรรมการผู้จัดการ จำเลยเลิกจ้างโจทก์อ้างว่า โจทก์จงใจหรือเจตนาทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลย ซึ่งไม่เป็นความจริง การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชยสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม กับออกใบสำคัญแสดงการทำงานแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย จำเลยมีฐานะไม่มั่นคง จึงดำเนินการทุกวิถีทางให้กิจการคงอยู่ จำเลยจึงมีคำสั่งให้โจทก์มาช่วยงานต้อนรับผู้โดยสารบนรถยนต์โดยสาร ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานในหน้าที่ของโจทก์เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายและโจทก์เป็นผู้มีความสามารถเหมาะสมโจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ จำเลยไม่ต้องรับผิดตามฟ้องขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และออกใบสำคัญแสดงการหางานแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า โจทก์ทำงานกับจำเลยโดยทำหน้าที่เลขานุการกรรมการผู้จัดการของจำเลยในวันจันทร์ถึงวันเสาร์ระหว่างเวลา ๘.๓๐ นาฬิกา ถึง ๑๗ นาฬิกา เป็นประจำและได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือน จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ไปเป็นพนักงานต้อนรับผู้โดยสารบนรถยนต์โดยสาร และมีฐานะเป็นลูกจ้างรายวัน วันละ ๗๓ บาท ต้องออกไปทำงานนอกสถานที่ในวันจันทร์ อังคาร และพุธ ตั้งแต่เวลาประมาณ ๙ นาฬิกาถึง ๑๘ นาฬิกาหรือกว่านั้น คำสั่งของจำเลยจึงเป็นคำสั่งเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้างอันไม่เป็นคุณแก่โจทก์โดยโจทก์มิได้ตกลงหรือยินยอมด้วย คำสั่งของจำเลยจึงไม่ขอบด้วยกฎหมายการที่โจทก์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง จะถือว่าโจทก์กระทำความผิดต่อระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยหาได้ไม่ เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุนี้จึงเป็นการเลิกจ้างโดบโจทก์ไม่มีความผิด โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องเอาค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจากจำเลยได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3594/2531 นางสาวขวัญใจ ผดุงวิศว์ โจทก์ บริษัทเพชร จำกัด ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวขวัญใจ ผดุงวิศว์ · ล. - บริษัทเพชร จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มาโนช เพียรสนอง · จุนท์ จันทรวงศ์ · สีนวล คงลาภ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายปรีชา บุญญานันต์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5609/2542ฎีกา 7238-7239/2544ฎีกา 2893/2540ฎีกา 585/2536ฎีกา 2748/2529ฎีกา 3116/2529ฎีกา 16023-16031/2553ฎีกา 6877/2544ฎีกา 3371/2527ฎีกา 221-222/2525ฎีกา 144/2535ฎีกา 2328/2533ฎีกา 1343/2526ฎีกา 2104-2105/2525ฎีกา 768/2533ฎีกา 1013/2533ฎีกา 1961/2543ฎีกา 2314/2525ฎีกา 3117/2529ฎีกา 2599/2541ฎีกา 1873/2530ฎีกา 654/2536ฎีกา 4800/2534ฎีกา 7337/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา