⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4244/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4244/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีต่อศาลปกครองจะกระทำได้ต่อเมื่อได้มีการจัดตั้งศาลปกครองแล้วเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาได้มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนความผิดของโจทก์ และมีคำสั่งว่าโจทก์กระทำผิดวินัยข้าราชการให้ลงโทษภาคทัณฑ์ไว้ เป็นการปฎิบัติตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518ซึ่งเป็นการใช้อำนาจของทางราชการฝ่ายบริการโดยเฉพาะ เมื่อจำเลยมีคำสั่งไปตามหน้าที่อย่างไรแล้ว โจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะอุทธรณ์ได้ ซึ่งโจทก์ก็ได้ใช้สิทธิอุทธรณ์แล้ว ส่วนการที่โจทก์จะนำคดีมาสู่ศาลดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 107 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 จะกระทำได้ต่อเมื่อได้มีการจัดตั้งศาลปกครองแล้ว แต่ขณะนี้ยังมิได้มีการจัดตั้งศาลปกครอง สิทธิของโจทก์ที่จำนำคดีมาสู่ศาลจึงยังไม่มี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยยกเลิกคำสั่งของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ที่ 389/2528 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2528 ในส่วนของโจทก์ที่ให้ลงโทษทางวินัยภาคทัณฑ์โจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแสดงเจตนาการยกเลิกคำสั่งของจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่า ตามคำฟ้องของโจทก์โจทก์ได้ดำเนินการถูกต้องตามระเบียบและขั้นตอนตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 เมื่อจำเลยได้มีคำสั่งลงโทษภาคทัณฑ์โจทก์ โจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อทบวงมหาวิทยาลัยและเมื่อทบวงมีคำสั่งยกอุทธรณ์ โจทก์เห็นว่าจำเลยวินิจฉัยพิจารณาจากการสอบสวนแล้วลงโทษโจทก์ไม่ถูกต้อง โจทก์จึงต้องฟ้องคดีต่อศาลตามสิทธิตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 107 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2518 นั้น เห็นว่าเมื่อโจทก์เป็นข้าราชการพลเรือนสังกัดมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และถูกกล่าวหากระทำผิดวินัย จำเลยซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาได้มีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนความผิดของโจทก์ และมีคำสั่งว่าโจทก์กระทำผิดวินัยข้าราชการให้ลงโทษภาคทัณฑ์ไว้ตามคำสั่งที่ 389/2528ลงวันที่ 20 มีนาคม 2528 เป็นการปฎิบัติตามอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน ซึ่งเป็นการใช้อำนาจของทางราชการฝ่ายบริหารโดยเฉพาะ เมื่อจำเลยซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์มีคำสั่งไปตามหน้าที่อย่างไรแล้วโจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะอุทธรณ์ได้ ซึ่งโจทก์ก็ได้ใช้สิทธิอุทธรณ์แล้ว ส่วนการที่โจทก์จะนำคดีมาสู่ศาลดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 107 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2518ตามที่โจทก์ฎีกานั้น โจทก์จะกระทำได้ต่อเมื่อได้มีการจัดตั้งศาลปกครองแล้ว แต่ขณะนี้ยังมิได้มีการจัดตั้งศาลปกครองสิทธิของโจทก์ที่จะนำคดีมาสู่ศาลจึงยังไม่มี ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4244/2531 นาง ประกอบ นันทคำภิรา โจทก์ มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ประกอบ นันทคำภิรา · จำเลย - มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน นนทแก้ว · เสรี แสงศิลป์ · อากาศ บำรุงชีพ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546ฎีกา 7577/2538ฎีกา 1112/2535ฎีกา 1035/2519ฎีกา 1173/2497ฎีกา 1083/2536ฎีกา 768/2518ฎีกา 2498/2550ฎีกา 2126/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ