คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4537/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลเคยยกฟ้องคดีก่อนโดยวินิจฉัยว่าคำฟ้องโจทก์ไม่ได้บรรยายถึงข้อเท็จจริงอันเป็นความจริง จึงยังไม่ถือว่าเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดถึงการกระทำผิดของจำเลย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์จึงยังไม่ระงับ โจทก์ย่อมฟ้องคดีใหม่ได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์เคยฟ้องจำเลยในข้อหาเบิกความเท็จมาครั้งหนึ่งแล้วคดีก่อนศาลพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์บรรยายแต่เฉพาะข้อความที่อ้างว่าจำเลยเบิกความเท็จ ไม่ได้บรรยายว่าความจริงเป็นอย่างไรจะฟังว่าจำเลยเบิกความเท็จยังไม่ได้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิด เป็นการยกฟ้องเนื่องจากคำฟ้องไม่ได้บรรยายว่าความจริงเป็นอย่างไร ศาลยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดถึงการกระทำผิดของจำเลย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ยังไม่ระงับ โจทก์ฟ้องใหม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177จำเลยยื่นคำร้องในชั้นไต่สวนมูลฟ้องว่าเป็นฟ้องซ้ำ ศาลชั้นต้นงดไต่สวนมูลฟ้อง พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าโจทก์เคยฟ้องจำเลยทั้งสี่ในข้อหาเบิกความเท็จกรณีเดียวกันกับคดีนี้มาครั้งหนึ่งแล้วศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องปรากฏตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่819/2530 ของศาลชั้นต้น คงมีปัญหาในชั้นนี้ตามฎีกาของโจทก์ว่าฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 819/2530ของศาลชั้นต้นหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่าศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษายกฟ้องโจทก์ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 819/2530 โดยอาศัยเหตุที่ว่าฟ้องโจทก์ในคดีดังกล่าวไม่ได้บรรยายให้ศาลเห็นว่าความจริงเป็นอย่างไรเท่านั้น ซึ่งเป็นการวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ในคดีนั้นมิได้บรรยายรายละเอียดพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีอันเป็นการไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158(5) ศาลชั้นต้นจึงยังมิได้วินิจฉัยในความผิดซึ่งได้ฟ้องสิทธินำคดีมาฟ้องของโจทก์ยังไม่ระงับไปนั้นพิเคราะห์แล้ว ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 819/2530 ซึ่งศาลพิพากษายกฟ้อง โดยวินิจฉัยว่าคำฟ้องของโจทก์บรรยายแต่เฉพาะข้อความที่อ้างว่าจำเลยเบิกความเท็จ ไม่ได้บรรยายว่าความจริงเป็นอย่างไร จะฟังว่าจำเลยเบิกความเท็จยังไม่ได้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานเบิกความเท็จนั้น เห็นว่า สาเหตุที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องก็เนื่องมาจากคำฟ้องของโจทก์ไม่ได้บรรยายว่า ความจริงเป็นอย่างไร แม้คำพิพากษาของศาลชั้นต้นจะกล่าวเลยไปในตอนท้ายว่า จะฟังว่าจำเลยเบิกความเท็จยังไม่ได้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานเบิกความเท็จก็ยังถือไม่ได้ว่าคำพิพากษาดังกล่าวได้วินิจฉัยชี้ขาดถึงการกระทำผิดของจำเลย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ จึงยังไม่ระงับไปโจทก์ฟ้องใหม่เป็นคดีนี้ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย"
พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งหรือคำพิพากษาตามรูปคดี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4537/2531
นาย พัฒภูมิหรือหนู สายบุญลี โจทก์
ด.ต.ชูวิทย์ เทียมรัตน์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย พัฒภูมิหรือหนู สายบุญลี · จำเลย - ด.ต.ชูวิทย์ เทียมรัตน์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · ถาวร ตันตราภรณ์ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา