⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4557/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4557/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจำนองทรัพย์สินที่ถูกพิพากษาให้โอนกรรมสิทธิ์แก่ผู้อื่น ไม่ถือเป็นการย้าย ซ่อนเร้น หรือโอนทรัพย์สินไปให้แก่ผู้อื่นตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยที่ 1 นำที่ดินซึ่งศาลพิพากษาให้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินบางส่วนให้โจทก์ไปจดทะเบียนจำนองแก่จำเลยที่ 2นั้น การจำนองมิใช่เป็นการย้ายไปเสีย หรือเป็นการซ่อนเร้นหรือโอนไปให้แก่ผู้อื่นซึ่งทรัพย์ใดตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญามาตรา 350 การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงไม่เป็นความผิดตามบทมาตราดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.350

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 350, 83 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีโจทก์ไม่มีมูลพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การที่จำเลยที่ 1 นำที่ดินซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินบางส่วนให้โจทก์ไปจดทะเบียนจำนองแก่จำเลยที่ 2 นั้น เป็นการย้ายไปเสียตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 อันจะทำให้การกระทำของจำเลยทั้งสองมีมูลในความผิดฐานโกงเจ้าหนี้หรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 บัญญัติว่า "ผู้ใดเพื่อมิให้เจ้าหนี้ของตนหรือของผู้อื่นได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนซึ่งได้ใช้หรือจะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้ย้ายไปเสียซ่อนเร้น หรือโอนไปให้แก่ผู้อื่นซึ่งทรัพย์ใดก็ดี ต้องระวางโทษจำคุก" บทบัญญัติของมาตรานี้มีความหมายว่าจะต้องเป็นการกระทำเพื่อมิให้เจ้าหนี้ของตนหรือของผู้อื่นได้รับชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนตามลักษณะแห่งการกระทำดังที่บัญญัติไว้ในมาตรานี้โดยเฉพาะ คือ ย้ายไปเสีย ซ่อนเร้น หรือโอนไปให้แก่ผู้อื่นซึ่งทรัพย์ใดเพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เท่านั้น การที่จำเลยที่ 1 นำที่ดินตามฟ้องไปจดทะเบียนจำนองแก่จำเลยที่ 2ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการย้ายไปเสียซึ่งทรัพย์ใดหรือเป็นการซ่อนเร้นหรือโอนไปให้แก่ผู้อื่นซึ่งทรัพย์ใดการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงหาเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 350 ไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาต้องกันให้ยกฟ้องโจทก์นั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4557/2531 นาย สำรอง สม ไพบูลย์ โจทก์ นาย ณ รงค์ ปิยะประภาพันธ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สำรอง สม ไพบูลย์ · จำเลย - นาย ณ รงค์ ปิยะประภาพันธ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · ปชา วรธรรมพินิจ · วีระชัย สูตรสุวรรณ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 271/2522ฎีกา 5367/2551ฎีกา 4225/2559ฎีกา 14025/2557ฎีกา 9202/2553ฎีกา 16070-16072/2555ฎีกา 1406/2512ฎีกา 13335/2555ฎีกา 1074/2511ฎีกา 268/2521ฎีกา 870/2518ฎีกา 2899/2543ฎีกา 6221/2545ฎีกา 8782/2558ฎีกา 2745/2523ฎีกา 490/2502ฎีกา 252/2537ฎีกา 1418/2550ฎีกา 392/2506ฎีกา 1474/2517ฎีกา 3204/2528ฎีกา 4522/2536ฎีกา 6761/2544ฎีกา 1898/2554
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา