⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4995/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4995/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์รับโอนที่ดินโดยไม่สุจริต ถือว่าจำเลยได้ยกข้อต่อสู้เรื่องความไม่สุจริตของโจทก์ขึ้นแล้ว และจำเลยย่อมมีสิทธินำสืบข้อเท็จจริงเพื่อพิสูจน์การครอบครองปรปักษ์ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์กล่าวในฟ้องว่า โจทก์รับซื้อฝากที่ดินมีโฉนดมาโดยเสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต แม้จำเลยจะให้การต่อสู้ในส่วนที่เกี่ยวกับโจทก์รับโอนที่พิพาทเพียงว่า "โจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามฟ้องเพราะโจทก์ไม่ได้ซื้อมาจากเจ้าของกรรมสิทธิ์และสัญญาขายฝากไม่สมบูรณ์" ย่อมหมายความได้ว่าโจทก์ทราบว่าผู้ขายไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์แล้วยังรับซื้อไว้อีกพอถือได้แล้วว่าจำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์รับโอนที่พิพาทโดยไม่สุจริต ไม่มีสิทธิดีกว่าจำเลย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1299 วรรคสอง ดังนั้นจำเลยจึงมีสิทธินำสืบตามข้อต่อสู้ของจำเลยที่ว่า จำเลยได้อยู่ในที่พิพาทโดยความสงบและเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.85 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งหกและบริวารให้ออกไปจากที่ดินของโจทก์ จำเลยทั้งหกให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของที่ดินเพราะไม่ได้ซื้อมาจากเจ้าของที่แท้จริงและสัญญาขายฝากไม่สมบูรณ์จำเลยครอบครองที่พิพาทจนได้กรรมสิทธิ์แล้ว ขอให้ยกฟ้องและพิพากษาว่าจำเลยทั้งหกมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งหกและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินและใช้ค่าเสียหาย จำเลยทั้งหกสำนวนอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งหกสำนวนฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยทั้งหมดฎีกาว่าคำให้การของจำเลยทั้งหกในข้อ 2 และข้อ 3 เป็นเรื่องที่จำเลยทั้งหกกล่าวอ้างต่อสู้คดีว่า จำเลยทั้งหกได้อยู่ในที่พิพาทโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลากว่าสิบปีแล้ว ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยชอบด้วยกฎหมาย ศาลชั้นต้นควรให้จำเลยทั้งหกนำสืบในประเด็นดังกล่าวนี้ เห็นว่า แม้จำเลยจะให้การในส่วนที่เกี่ยวกับโจทก์รับโอนที่พิพาทเพียงว่า "โจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามฟ้องเพราะโจทก์ไม่ได้ซื้อมาจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริง และสัญญาขายฝากไม่สมบูรณ์นั้น" ก็ย่อมหมายความได้ว่าโจทก์ทราบว่าผู้ขายไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์แล้วยังรับซื้อไว้อีกพอถือได้แล้วว่าจำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์รับโอนที่พิพาทโดยไม่สุจริตไม่มีสิทธิดีกว่าจำเลย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1299 วรรคสอง ดังนั้นจำเลยจึงมีสิทธินำสืบตามข้อต่อสู้ของจำเลยที่ว่า จำเลยทั้งหกได้อยู่ในที่พิพาทโดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลากว่าสิบปีแล้วหรือไม่ ที่ศาลล่างทั้งสองไม่ให้จำเลยนำสืบตามข้อต่อสู้ดังกล่าวนั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยทั้งหกข้อนี้ฟังขึ้น และไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยทั้งหกข้ออื่นต่อไป" พิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานโจทก์จำเลย และวินิจฉัยตามที่จำเลยทั้งหกให้การ และมีคำพิพากษาต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4995/2531 นาย เอก วรรณ ชันซื่อ กับพวก โจทก์ นาง ปุ๊ เจริญขำหรืออ่าง แก้ว กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย เอก วรรณ ชันซื่อ กับพวก · จำเลย - นาง ปุ๊ เจริญขำหรืออ่าง แก้ว กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประชา บุญวนิช · ดุสิต วราโห · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 2307/2518ฎีกา 7903/2568ฎีกา 4415/2528ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 72/2505ฎีกา 4470/2543ฎีกา 4484/2536ฎีกา 6663/2538ฎีกา 1348/2508ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519ฎีกา 367/2495ฎีกา 7012/2543ฎีกา 8087/2543ฎีกา 1601/2529ฎีกา 905/2508ฎีกา 486/2492ฎีกา 1029/2494ฎีกา 609/2544ฎีกา 8727/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา