⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › ค้นฎีกา › ฎีกา 5217/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5217/2531

ป.วิ.อาญา ม.192

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยกระทำการเป็นคนกลางเรียกทรัพย์สินอันมิควรได้จากผู้ที่จะให้ค่าไถ่ เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 315 ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามมาตราดังกล่าวได้ แม้จะถูกฟ้องในความผิดฐานจับคนไปเรียกค่าไถ่เป็นเหตุให้ผู้ถูกเอาตัวไปถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 313 ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องขอให้ลงโทษฐานจับคนไปเรียกค่าไถ่ เป็นเหตุให้ผู้ถูกเอาตัวไปถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 313ทางพิจารณาฟังได้ว่าจำเลยกระทำการเป็นคนกลางเรียกทรัพย์สินอันมิควรได้จากผู้ที่จะให้ค่าไถ่ อันเป็นความผิดตามมาตรา 315ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยตามมาตรา 315 ได้ ทั้งนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกโดยเจตนาเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ ร่วมกันใช้อาวุธปืนขู่และจับตัวผู้อื่นไปหน่วงเหนี่ยวกักขัง เป็นเหตุให้ผู้อื่นนั้นถึงแก่ความตายในเวลาต่อมา และจำเลยกับพวกได้ร่วมกันใช้อาวุธปืนและอาวุธอื่นทำร้ายผู้ถูกลักตัวและผู้อื่นจนถึงแก่ความตายโดยมีเจตนาฆ่าและเพื่อปกปิดความผิดที่กระทำ สำหรับจำเลยที่ 3 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 213/2529 ของศาลชั้นต้นขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289, 313, 83,91 ริบของกลาง และนับโทษจำเลยที่ 3 ต่อจากโทษของจำเลยในคดีหมายเลขดำที่ 213/2529 จำเลยทั้งสี่ให้การปฎิเสธ แต่จำเลยที่ 3 รับว่าเป็นจำเลยคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 213/2529 ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นพิพากษา จำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 313, 83 ให้ลงโทษประหารชีวิต ส่วนจำเลยที่ 1 ที่ 2และที่ 3 ให้ยกฟ้องของกลางริบ จำเลยที่ 4 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 315 ให้จำคุกตลอดชีวิต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ 4 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ฟังได้โดยปราศจากข้อระแวงสงสัยว่าจำเลยที่ 4 ได้ร่วมกันกับคนร้ายกระทำการเป็นคนกลางเรียกทรัพย์สินอันมิควรได้จากผู้ที่จะให้ค่าไถ่อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 315 แม้โจทก์จะมิได้ขอให้ลงโทษตามมาตรานี้ แต่การเรียกค่าไถ่นี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการกระทำที่โจทก์กล่าวหาจำเลยที่ 4 มาในฟ้องแล้วนั้นเอง ศาลย่อมมีอำนาจลงโทษจำเลยที่ 4ตามฐานความผิดหรือบทมาตราที่ถูกต้องตามที่พิจารณาได้ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5217/2531 พนักงานอัยการ จังหวัด พิษณุโลก โจทก์ นาย ฟื้น อิง ชาวนา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด พิษณุโลก · จำเลย - นาย ฟื้น อิง ชาวนา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประชา บุญวนิช · บุญส่ง วรรณกลาง · นิเวศน์ คำผอง
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 20504/2556ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 239/2484
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ