คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5312/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ทนายความเข้าใจผิดในหมายนัดสืบพยาน ไม่ถือเป็นเหตุสุดวิสัยที่จะยกเว้นการยื่นบัญชีระบุพยานก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วันตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ผู้ร้องอ้างว่ามิได้ยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วัน เพราะทนายผู้ร้องไม่ได้อ่านหมายนัดสืบพยานโจทก์โดยเข้าใจว่าเป็นหมายนัดชี้สองสถานนั้น เป็นข้ออ้างที่ปราศจากเหตุผลไม่อาจรับฟังได้ไม่มีเหตุสมควรที่ศาลจะรับบัญชีระบุพยานของผู้ร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 และผู้ร้องไม่อาจนำพยานหลักฐานหรือตนเองเข้าสืบได้เพราะต้องห้ามตามมาตรา 87
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
เนื่องจาก ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้เงินกู้และโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินพร้อมบ้านของจำเลยที่ 1
ผู้ร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดอ้างว่าเป็นของผู้ร้อง โจทก์คัดค้านว่าผู้ร้องเป็นเพียงผู้อาศัย ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานผู้ร้องวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2529 ผู้ร้องยื่นบัญชีระบุพยาน วันที่ 25กุมภาพันธ์ 2529 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นได้สั่งยกคำร้องขัดทรัพย์ของผู้ร้องเนื่องจากผู้ร้องยื่นบัญชีระบุพยานฝ่าฝืนกฎหมาย ต้องห้ามมิให้รับฟังตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 และที่ขอให้ศาลทำแผนที่กลางเพื่อประกอบการพิจารณาคดีก่อนสืบพยานนั้น ศาลชั้นต้นก็เห็นว่าเมื่อคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องสั่งคำร้องดังกล่าวนี้ต่อไปอีก ในชั้นอุทธรณ์ ผู้ร้องอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์เพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้น โดยนัดคู่ความพร้อมกัน และให้มีการทำแผนที่กลางแล้วพิจารณาคดีต่อไปตามกระบวนความ ซึ่งศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การที่ศาลชั้นต้นจะจัดทำแผนที่พิพาทหรือไม่ ย่อมเป็นดุลพินิจของศาลชั้นต้นว่ามีเหตุสมควรประการใด แล้ววินิจฉัยต่อไปว่าคดีไม่มีเหตุสมควรที่ศาลชั้นต้นต้องรับบัญชีระบุพยานของผู้ร้องที่ยื่นไม่ครบกำหนดระยะเวลาอันเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88ผู้ร้องจึงฎีกาขอให้มีคำสั่งให้ผู้ร้องนำสืบตัวผู้ร้องเพียงคนเดียวหรือให้มีคำสั่งรับบัญชีพยานของผู้ร้องและให้ผู้ร้องนำสืบต่อไปศาลฎีกาเห็นว่าเหตุที่ผู้ร้องอ้างว่าไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วัน เพราะทนายผู้ร้องไม่ได้อ่านหมายนัดสืบพยานโจทก์โดยเข้าใจว่าเป็นหมายนัดชี้สองสถานนั้น เป็นข้ออ้างที่ปราศจากเหตุผลไม่อาจรับฟังได้ ไม่มีเหตุสมควรที่จะรับบัญชีระบุพยานของผู้ร้อง และเมื่อผู้ร้องไม่ได้ยืนบัญชีระบุพยานต่อศาลก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าสามวันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 แล้วผู้ร้องจึงไม่อาจนำพยานหลักฐานหรือตนเองเข้าสืบได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87 ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกคำร้องของผู้ร้องนั้นชอบแล้ว"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5312/2531
ธนาคาร กรุงไทย จำกัด โจทก์
นาย สถาพร แซ่โค้ว กับพวก จำเลย
นาง จิ้ว ธรรมนพรัตน์ ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคาร กรุงไทย จำกัด · จำเลย - นาย สถาพร แซ่โค้ว กับพวก · ผู้ร้อง - นาง จิ้ว ธรรมนพรัตน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศิลปชัย มัทธุรศ · สุพจน์ นาถะพินธุ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา