⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5410/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5410/2531

ป.อาญา ม.90, 91, 283 ฯลฯ · พ.ร.บ.ปรามการค้าประเวณี ม.8

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 วรรคสาม และมาตรา 317 วรรคสาม เป็นความผิดคนละกรรมกัน แม้จะเกิดจากการกระทำของจำเลยเพียงครั้งเดียวและมีผลเกี่ยวเนื่องกันก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยหาผู้เสียหายไปขายให้แก่ จ. ซึ่งเป็นเจ้าของสถานการค้าประเวณีเพื่อให้ผู้เสียหายค้าประเวณี ถือได้ว่าจำเลยมีเจตนากระทำผิดให้เกิดผลเป็นกรรมในความผิดฐานเพื่อให้สำเร็จความใคร่ของผู้อื่นเป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือชักพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบสามปี โดยใช้อุบายหลอกลวงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 วรรคสาม ฐานหนึ่งแล้ว และขณะเดียวกันการที่จำเลยพรากผู้เสียหายไปเสียจากมารดาของผู้เสียหาย จำเลยก็มีเจตนากระทำความผิดให้เกิดผลเป็นความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีไปเสียจากอำนาจ ปกครองของมารดาโดยปราศจากเหตุอันสมควร เพื่อการอนาจารตามมาตรา 317 วรรคสามอีกฐานหนึ่งต่างหากจากความผิดตามมาตรา 283 วรรคสาม มิใช่เป็นการกระทำกรรมเดียวกัน ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 283 กับพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2503 มาตรา 8 จำเลยกระทำเพียงครั้งเดียวและเกิดผลเดียวกัน จึงเป็นความผิดกรรมเดียว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.283 ประมวลกฎหมายอาญา ม.317 พระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2503 ม.8

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.283 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.317 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓,๙๑,๒๘๓,๒๘๖,๓๐๙,๓๑๐,๓๑๗,๓๙๑ พระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ.๒๕๐๓ มาตรา ๘ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐, ๒๘๓, ๓๑๗ พระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ.๒๕๐๓ มาตรา ๘ ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ ซึ่งเป็นบทหนัก วางโทษจำคุก ๒๐ ปี ข้อหาอื่นให้ยก โจทก์ จำเลย อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๒ วรรคสอง พระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ.๒๕๐๓ มาตรา ๕ ซึ่งเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๒ วรรคสอง ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๐ จำคุก ๘ ปี ยกฟ้องโจทก์สำหรับข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๗ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปมีว่าความผิดของจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓,๓๑๗ และพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ.๒๕๐๓ มาตรา ๘ เป็นกรรมเดียวกันหรือไม่ เห็นว่าการที่จำเลยพาผู้เสียหายไปขายให้แก่นายจริงหรือจิงซึ่งเป็นเจ้าของสถานการค้าประเวณีเพื่อให้ผู้เสียหายค้าประเวณี ถือได้ว่าจำเลยมีเจตนากระทำผิดให้เกิดผลเป็นกรรมในความผิดฐานเพื่อให้สำเร็จความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหาล่อไปหรือชักพาไปเพื่อการอนาจาร ซึ่งเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบสามปี โดยใช้อุบายหลอกลวงตามมาตรา ๒๘๓ วรรค ๓ ฐานหนึ่งแล้ว และขณะเดียวกันการที่จำเลยพรากผู้เสียหายไปเสียจากมารดาของผู้เสียหาย จำเลยก็มีเจตนากระทำความผิดให้เกิดผลเป็นความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีไปเสียจากอำนาจปกครอง ของมารดาโดยปราศจากเหตุอันสมควรเพื่อการอนาจารตาม มาตรา ๓๑๗ วรรคสาม อีกฐานหนึ่งต่างหากจากความผิดตาม มาตรา ๒๘๓ วรรค ๓ การกระทำของจำเลยดังกล่าวหาใช่เป็นกรรมเดียวกันดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไม่ ทั้งนี้ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๓๙๘/๒๕๒๐ ระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัดระยอง โจทก์ นายรุ่ง ธรรมยิ่งจำเลย สำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ กับพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ.๒๕๐๓ มาตรา ๘ นั้น จำเลยกระทำเพียงครั้งเดียวและเกิดผลเดียวกัน จึงเป็นความผิดกรรมเดียว ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ วรรคสาม, ๓๑๗ วรรคสาม ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๕๒๕ มาตรา ๔,๘ อันเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะที่จำเลยกระทำผิด และพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ.๒๕๐๓ มาตรา ๘ ลงโทษจำเลยเป็นสองกระทงความผิด โดยลงโทษตามมาตรา ๒๘๓ วรรคสาม ซึ่งเป็นบทหนักของโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๓ และพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี มาตรา ๘ วางโทษจำคุก ๑๕ ปี และลงโทษตามมาตรา ๓๑๗ วรรคสาม วางโทษจำคุก ๕ ปี รวมเป็นโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด ๒๐ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5410/2531 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดฝาง โจทก์ นายเสาร์คำ หรือกิ กันโท ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดฝาง · ล. - นายเสาร์คำ หรือกิ กันโท
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุพจน์ นาถะพินธุ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · วีระชัย สูตรสุวรรณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฝาง - นายสันติ โภคารัตนานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมภพ โชติกวณิชย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 628/2537ฎีกา 4825/2553ฎีกา 788/2545ฎีกา 3889/2543ฎีกา 1447/2531ฎีกา 1955/2546ฎีกา 1093/2568ฎีกา 3146/2541ฎีกา 2365/2563ฎีกา 3637/2559ฎีกา 13379/2555ฎีกา 9026/2553ฎีกา 3120/2559ฎีกา 6575/2551ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 7570/2541ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา