⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 583/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 583/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องในข้อหาที่โจทก์ฟ้องมาแต่ต้น โจทก์จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงในข้อหานั้นไม่ได้.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง ดังนั้น ข้อหาฐานพยายามฆ่าผู้อื่นจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,80,83 เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยใช้กำลังทำร้ายผู้เสียหายไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 ซึ่งโจทก์หาได้บรรยายฟ้องถึงการกระทำดังกล่าวแต่อย่างใดไม่ จึงลงโทษจำเลยในฐานความผิดดังกล่าวมิได้ ด้วยมิใช่เรื่องที่โจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสี่.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.220 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295 ประมวลกฎหมายอาญา ม.391

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกับพวกใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงทำร้ายร่างกายผู้เสียหายหลายทีโดยมีเจตนาฆ่า ขอให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 83 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา295, 83 ลงโทษจำคุก 1 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกับพวกใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงผู้เสียหาย ขอให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 83 ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยเพียงเข้าร่วมชกต่อยผู้เสียหาย ไม่มีเจตนาร่วมฆ่าผู้เสียหายพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 83 จำคุก1 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พยานโจทก์รับฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ ดังนั้นข้อหาฐานพยายามฆ่าผู้อื่นจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามมาตรา 220 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เป็นอันว่าข้อหาดังกล่าวยุติปัญหาจะต้องวินิจฉัยชั้นนี้มีเพียงว่าจำเลยมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้เสียหายตามฎีกาของโจทก์หรือไม่ โจทก์มีผู้เสียหายเป็นพยานเบิกความว่า ขณะเกิดเหตุนายเมฆจับคอเสื้อผู้เสียหายแล้วต่อยผู้เสียหาย นายจเรชักเหล็กขูดชาฟท์แทงผู้เสียหาย หลังจากนั้นจำเลยจึงขับรถยนต์มาจอดและตรงเข้ามาชกต่อยผู้เสียหายด้วย เมื่อมีคนมาห้าม จำเลบกับพวกก็วิ่งหนีไป ข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่ปรากฏว่าจำเลยร่วมคบคิดกับนายเมฆและนายจเรใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงทำร้ายร่างกายผู้เสียหายมาตั้งแต่ต้น จำเลยได้กระทำแต่ลำพังตนเอง โดยใช้กำลังทำร้ายผู้เสียหายไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 เพราะไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายมีบาดแผลจากการชกต่อยแต่อย่างใด ซึ่งโจทก์หาได้บรรยายฟ้องถึงการกระทำดังกล่าวของจำเลยแต่อย่างใดไม่ จึงลงโทษจำเลยฐานใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายมิได้ ด้วยมิใช่เรื่องที่โจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 วรรคสี่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยในผลฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น' พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 583/2531 พนักงานอัยการ จังหวัด ตราด โจทก์ นาย ปรีชา หรือป๋อ จิกากร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ตราด · จำเลย - นาย ปรีชา หรือป๋อ จิกากร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดำริ ศุภพิโรจน์ · สหัส สิงหวิริยะ · ชวลิต นราลัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 861/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 789/2480ฎีกา 226/2529ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 551/2514ฎีกา 1368/2509ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2292/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 2108/2536ฎีกา 2936/2543ฎีกา 831/2532ฎีกา 4883/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา