⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6035/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6035/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลได้รับมอบทรัพย์สินไปเพื่อขาย โดยมีข้อตกลงให้ชำระราคาขั้นต่ำแก่ผู้มอบ ถือเป็นการขายเชื่อทรัพย์สินนั้น หากผู้รับทรัพย์ไม่ชำระราคา ถือเป็นเพียงการผิดสัญญาทางแพ่ง ไม่เป็นความผิดฐานยักยอก

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ร่วมมอบสร้อยคอทองคำให้จำเลยไปขาย จำเลยจะขายได้ราคาสูงเท่าใดก็เป็นเรื่องของจำเลย แต่จำเลยต้องนำเงิน 3,500 บาทมาคืนให้โจทก์ร่วม ดังนี้ กรณีมิใช่จำเลยได้รับมอบหมายสร้อยไว้แทนโจทก์ร่วม แต่เป็นการขายเชื่อสร้อยคอทองคำให้จำเลย เมื่อจำเลยไม่คืนหรือชำระราคาสร้อยคอทองคำให้โจทก์ก็เป็นเพียงผิดสัญญาทางแพ่ง ไม่เป็นความผิดฐานยักยอก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.352

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 3,500 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ นายวุฒิพงษ์ สุขสมานพาณิชย์ ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 จำคุก 4 เดือน กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์สิน3,500 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้เป็นยุติตามที่คู่ความนำสืบรับกันว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยได้รับมอบสร้อยคอทองคำหนักสองสลึง1 เส้น ราคา 3,500 บาท ไปจากโจทก์ร่วม และจำเลยได้นำสร้อยคอทองคำนั้นไปขายให้แก่ผู้อื่น คดีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์และโจทก์ร่วมในชั้นนี้ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานยักยอกตามฟ้องหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความตามคำเบิกความของโจทก์ร่วมว่า จำเลยยืมสร้อยคอทองคำหนักสองสลึง 1 เส้นของโจทก์ร่วมไปเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2528 เพื่อนำไปเสนอขายให้เพื่อนบ้านโดยตกลงราคาสร้อยคอทองคำนั้น 3,500 บาท และตกลงว่าหากจำเลยขายสร้อยคอทองคำนั้นไม่ได้ก็จะนำมาคืนให้โจทก์ร่วมหากขายได้ก็จะนำเงินมาให้โจทก์ร่วมภายในวันที่ 1 มกราคม 2529และโจทก์ร่วมตอบจำเลยถามค้านว่าจำเลยเคยยืมสร้อยคอทองคำไปจากโจทก์ร่วมหลายครั้งโดยกำหนดราคากันไว้ หากจำเลยนำไปขายได้ราคาสูงกว่าเท่าไรก็เป็นของจำเลย ราคา 3,500 บาท เป็นราคาที่โจทก์ร่วมตั้งไว้สำหรับขาย ตามพฤติการณ์ดังที่กล่าวมาแสดงให้เห็นว่า โจทก์ร่วมได้มอบสร้อยคอทองคำหนักสองสลึง 1 เส้นให้จำเลยไปขายโดยไม่มีข้อจำกัดว่าจำเลยจะต้องขายในราคาเท่าใด จำเลยจะนำไปขายได้ราคาสูงต่ำอย่างไรก็เป็นเรื่องของจำเลยโดยเฉพาะเงินที่ขายสร้อยคอทองคำดังกล่าวได้ก็ตกเป็นของจำเลย เพียงแต่จำเลยมีความผูกพันว่าจะต้องนำเงินจำนวน 3,500 บาท มาคืนให้แก่โจทก์ร่วมตามที่ได้ตกลงกันไว้เท่านั้น กรณีจึงมิใช่จำเลยได้รับมอบหมายสร้อยคอทองคำไว้แทนโจทก์ร่วม แต่เป็นกรณีที่โจทก์ร่วมได้ขายเชื่อสร้อยคอทองคำให้จำเลย เมื่อจำเลยไม่คืนหรือชำระราคาสร้อยคอทองคำให้โจทก์ ก็เป็นเพียงการผิดสัญญาที่ตกลงกันไว้ซึ่งโจทก์มีสิทธิฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวได้เพราะเป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่ง กรณีเช่นนี้ไม่มีมูลเป็นความผิดทางอาญา การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานยักยอกตามฟ้อง" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6035/2531 พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด มีนบุรี โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นาย วุฒิพงษ์ สุขสมาน พาณิชย์ โจทก์ นาง โสภ ณ มุ่ง วิชา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด มีนบุรี · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นาย วุฒิพงษ์ สุขสมาน พาณิชย์ · จำเลย - นาง โสภ ณ มุ่ง วิชา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สหัส สิงหวิริยะ · มงคล เปาอินทร์ · ถาวร ตันตราภรณ์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 15558/2555ฎีกา 4081/2564ฎีกา 9663/2554ฎีกา 7100/2538ฎีกา 15690/2553ฎีกา 5865/2555ฎีกา 416/2550ฎีกา 96-97/2510ฎีกา 1428-1429/2545ฎีกา 1057/2514ฎีกา 1375/2515ฎีกา 1503/2536ฎีกา 3820/2529ฎีกา 2975/2529ฎีกา 822/2506ฎีกา 1522/2565ฎีกา 2157/2518ฎีกา 1140/2507ฎีกา 979/2501ฎีกา 602/2501ฎีกา 3595/2532ฎีกา 3811/2528ฎีกา 8552/2552ฎีกา 2354/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ