⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6061/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6061/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่นายจ้างเสนอจ้างลูกจ้างให้ทำงานในตำแหน่งและระยะเวลาที่แน่นอน ถือเป็นคำเสนอจ้างที่เมื่อลูกจ้างตอบรับและเข้าทำงานแล้ว ย่อมมีผลผูกพันเป็นสัญญาจ้างที่ต้องปฏิบัติตาม.

ย่อคำพิพากษา

เอกสารที่บริษัทจำเลยมีไปถึงโจทก์ยังต่างประเทศมีข้อความว่า จำเลยขอว่าจ้างโจทก์ให้มาทำงานกับจำเลยในตำแหน่งหัวหน้าแผนกรับผิดชอบแผนกช่างซ่อมเป็นเวลา 2 ปี เงินเดือน 45,000 เหรียญใต้หวันเป็นคำเสนอจ้างโจทก์ให้มาทำงานกับจำเลย เมื่อโจทก์ได้เดินทางเข้ามาทำงานกับจำเลยในประเทศไทยแล้ว ข้อเสนอต่าง ๆ ในเอกสารดังกล่าวจึงมีผลใช้บังคับและผูกพันโจทก์จำเลยให้ต้องปฏิบัติถือได้ว่าโจทก์จำเลยได้มีสัญญาจ้างต่อกันแล้ว ข้อที่จำเลยอุทธรณ์ว่า กำหนดระยะเวลาจ้าง 2 ปีที่กำหนดไว้ในเอกสารท้ายฟ้องขัดต่อกฎหมายนั้น จำเลยมิได้ยกเป็นข้อต่อสู้ไว้ในคำให้การ จึงเป็นเรื่องที่มิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลแรงงานกลาง ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ประกอบด้วย พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานฯพ.ศ. 2522 มาตรา 31 ส่วนข้อที่จำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์ลาออกจากงานเอง จำเลยมิได้เลิกจ้างโจทก์นั้น ก็ปรากฏว่าจำเลยให้การและศาลแรงกลางฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยให้โจทก์ออกจากงาน อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยจึงนอกเหนือไปจากคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลาง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.361 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.575 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.54

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิดเป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ขอให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายรวม575,625 บาท พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า สัญญาจ้างโจทก์เป็นช่างซ่อมเครื่องจักรของบริษัทจำเลยเป็นนิติกรรมอำพราง จำเลยไม่ต้องผูกพัน โจทก์ซ่อมแซมเครื่องจักรไม่รับผิดชอบ มีเจตนากลั่นแกล้งจำเลย จำเลยตักเตือนให้โจทก์แก้ไข โจทก์กับหยุดงานประท้วงจำเลยจึงให้โจทก์ออกจากงาน ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีเหตุสมควร เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ต้องจ่ายค่าเสียหายให้โจทก์ พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายให้โจทก์ 40,050 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานกลางวินิจฉัยว่า "จำเลยอุทธรณ์ข้อแรกว่า แม้โจทก์จะได้เข้ามาทำงานกับจำเลยในประเทศไทยแล้วข้อกำหนดในเรื่องระยะเวลา 2 ปีที่ระบุไว้ในเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 และหมายเลข 2 ก็ไม่มีผลผูกพันจำเลย และขัดต่อกฎหมายที่ควบคุมชาวต่างประเทศที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย จึงตกเป็นโมฆะนั้น เห็นว่า เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 และหมายเลข 2 ลงนามโดยนายบุญชู พงษ์เฉลิม ประธานกรรมการบริษัทจำเลย และประทับตราบริษัทจำเลยด้วย เอกสารดังกล่าวนี้มีไปถึงโจทก์ และมีข้อความจำเลยขอว่าจ้างโจทก์ให้มาทำงานกับจำเลยในตำแหน่งหัวหน้าแผนกรับผิดชอบแผนกช่างซ่อม ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2530 ถึงวันที่31 มกราคม 2532 ระยะเวลา 2 ปี เงินเดือน 45,000 เหรียญไต้หวันฯลฯ เอกสารดังกล่าวจึงเป็นคำเสนอจ้างโจทก์ให้มาทำงานกับจำเลยเมื่อโจทก์ได้เดินทางเข้ามาทำงานกับจำเลยในประเทศไทยแล้วข้อเสนอต่าง ๆ ในเอกสารดังกล่าวจึงมีผลใช้บังคับและผูกพันโจทก์จำเลยต้องปฏิบัติ อันถือได้ว่าโจทก์จำเลยได้มีสัญญาจ้างต่อกันแล้ว ส่วนข้อที่จำเลยอุทธรณ์ว่า กำหนดระยะเวลาจ้าง 2 ปีที่กำหนดไว้ในเอกสารท้ายฟ้องดังกล่าวขัดต่อกฎหมายนั้น ข้อนี้จำเลยมิได้ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไว้ในคำให้การ จึงเป็นเรื่องที่มิได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลแรงงานกลาง ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 31 จำเลยอุทธรณ์เป็นข้อสุดท้ายว่า โจทก์ลาออกจากงานเอง จำเลยมิได้เลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมนั้น เห็นว่า เกี่ยวกับเรื่องที่โจทก์ลาออกจากงานเอง หรือว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์นั้น ตามคำให้การของจำเลยระบุว่า จำเลยให้โจทก์ออกจากงานและศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยให้โจทก์ออกจากงาน แต่จำเลยกลับอุทธรณ์ว่าโจทก์ลาออกจากงานเอง ดังนี้จึงเป็นอุทธรณ์นอกเหนือไปจากคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลาง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้นชอบแล้วอุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6061/2531 นาย สวี ชิง ห วา โจทก์ บริษัท คา สเซ่อร์พีค เครื่องหนังเอ็กซปอร์ต จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สวี ชิง ห วา · จำเลย - บริษัท คา สเซ่อร์พีค เครื่องหนังเอ็กซปอร์ต จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศักดา โมกขมรรคกุล · มาโนช เพียรสนอง · นำชัย สุนทรพินิจกิจ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4715/2542ฎีกา 7919/2553ฎีกา 4359/2540ฎีกา 367/2568ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 1968/2533ฎีกา 2328/2533ฎีกา 8875/2542ฎีกา 5086/2537ฎีกา 3136/2524ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 5712/2541ฎีกา 1479/2526ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 2682/2519ฎีกา 1028/2564ฎีกา 9571/2544ฎีกา 5494/2541ฎีกา 6555/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ