คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6185/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานรับรองข้อเท็จจริงอันเป็นเท็จในเอกสาร แม้จะกระทำไปโดยไม่ทุจริตและไม่เกิดความเสียหาย ก็เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162
ย่อคำพิพากษา
จำเลยได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยนายทะเบียนท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการรับแจ้งการย้ายเข้า ได้กรอกข้อความเพิ่มชื่อศ. ลงในสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน โดยไม่มีใบแจ้งการย้ายออกถือได้ว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แต่เมื่อการเพิ่มเติมทะเบียนบ้านดังกล่าว จำเลยมิได้กระทำเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ทั้งไม่ได้ความว่าจำเลยกระทำไปโดยทุจริต การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 แต่การที่จำเลยเพิ่มชื่อ ศ. ลงในสำเนาทะเบียนบ้านดังกล่าวโดยระบุว่าย้ายมาจากบ้านเลขที่ 20/1 เขตป้อมปราบศัตรูพ่ายและลงชื่อรับรองไว้ ซึ่งเป็นความเท็จ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการรับรองเป็นหลักฐานว่าได้มีการแจ้งซึ่งข้อความอันมิได้มีการแจ้งดังบัญญัติไว้ในมาตรา 162(2) แห่งประมวลกฎหมายอาญา และการที่จำเลยเพิ่มชื่อ ศ. เข้าในทะเบียนบ้านดังกล่าวโดยลงชื่อกำกับไว้เป็นการรับรองข้อเท็จจริงในเอกสารนั้นว่าเป็นความจริงตามที่จำเลยระบุเพิ่มเติมไว้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นเท็จดังบัญญัติไว้ในมาตรา 162(4) แห่งประมวลกฎหมายอาญา ด้วย แม้จำเลยจะกระทำไปโดยไม่ทุจริต และไม่เกิดความเสียหาย ก็เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 162
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157, 162((1)(3) ให้ลงโทษตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 4 ปี
จำเลยได้บันทึกไว้จริง การที่จำเลยเพิ่มเติมสำเนาทะเบียนบ้านดังกล่าว จึงมิได้กระทำเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดทั้งคดีไม่ได้ความว่าจำเลยกระทำไปโดยทุจริต การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น
แต่การที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่รับแจ้งการย้ายที่อยู่ ได้เพิ่มชื่อนายศฤงคารลงในสำเนาทะเบียนบ้านเลขที่ 499/36ระบุว่าย้ายมาจากบ้านเลขที่ 20/1 เขตป้อมปราบศัตรูพ่ายและลงชื่อรับรองไว้ตามเอกสารหมาย จ.3 แผ่นที่ 4 ซึ่งเป็นความเท็จเพราะขณะนั้นนายศฤงคารยังมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเลขที่ 20/1ตำบลวังบูรพาภิรมย์ อำเภอพระนคร โดยไม่ได้แจ้งการย้ายออกแต่อย่างใด การกระทำของจำเลยจึงเป็นการรับรองเป็นหลักฐานว่าได้มีการแจ้งซึ่งข้อความอันมิได้มีการแจ้งดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 162(2) แห่งประมวลกฎหมายอาญา และการที่จำเลยได้เพิ่มชื่อนายศฤงคารเข้าในทะเบียนบ้านดังกล่าวโดยลงชื่อกำกับไว้เป็นการรับรองข้อเท็จจริงในเอกสารนั้นว่าเป็นความจริงตามที่จำเลยระบุเพิ่มไว้ ซึ่งถ้าไม่มีการรับรองข้อเท็จจริงเช่นว่านี้ก็ไม่อาจนำไปเป็นหลักฐานในการขอรับเงินประกันชีวิตของนายศฤงคารได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นเท็จดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 162(4) แห่งประมวลกฎหมายอาญาด้วยการที่จำเลยรับรองเป็นหลักฐานเช่นว่านี้ แม้จะกระทำไปโดยไม่ทุจริตและไม่เกิดความเสียหาย ก็เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 162(2)(4) ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ในบทมาตราดังกล่าวมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น"
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 162 (2)(4) ให้จำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6185/2531
พนัก งาย อัยการ จังหวัด เพชรบุรี โจทก์
นาย เกษม สันติวิกรานนท์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนัก งาย อัยการ จังหวัด เพชรบุรี · จำเลย - นาย เกษม สันติวิกรานนท์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · เธียร ยูงทอง |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ