⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 707/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 707/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
แม้จำเลยจะให้การปฏิเสธในชั้นศาล แต่หากมีพยานหลักฐานอื่นที่น่าเชื่อถือเพียงพอ ศาลก็สามารถลงโทษจำเลยได้ โดยไม่จำเป็นต้องรับฟังคำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนของจำเลย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน แต่มาปฏิเสธชั้นศาลและอ้างว่าชั้นสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจนำเอากระดาษซึ่งพิมพ์ข้อความอยู่แล้วมาให้จำเลยพิมพ์ลายนิ้วมือ เมื่อปรากฏว่าโจทก์มีประจักษ์พยาน 7 ปากเบิกความยืนยันเป็นที่สอดคล้องต้องกันว่าสามารถจดจำหน้าจำเลยได้อย่างแม่นยำแน่นอนโดยไม่มีทางผิดพลาดเป็นอย่างอื่นได้ และมีพยานแวดล้อมกรณีประกอบแน่นหนามั่นคง ถึงแม้ว่าจำเลยจะไม่ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนศาลก็ย่อมรับฟังพยานหลักฐานดังกล่าวลงโทษจำเลยได้แล้ว เช่นคำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนของจำเลยจึงไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา คดีไม่มีเหตุจะลดโทษให้แก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.78

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามในข้อหาความผิดฐานปล้นทรัพย์และข้อหาความผิดต่อชีวิตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289, 340,340 ตรี, 83, 80, 91 และข้อหาความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดหลายกรรม เรียงกระทงลงโทษ ฐานปล้นทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340, 340 ตรี, 83 จำคุกคนละ 22 ปี6 เดือน ข้อหาความผิดต่อชีวิตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289,80, 52 ประกอบมาตรา 83 จำคุกคนละตลอดชีวิต กับให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ คือจำเลยที่ 1 จำคุก 1 ปี 6 เดือน จำเลยที่ 2 ที่ 3 จำคุกคนละ 5 ปี เมื่อจำเลยทั้งสามได้รับโทษจำคุกตลอดชีวิตแล้ว โทษจำคุกอื่นจึงไม่ต้องบังคับ จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยทั้งสามกระทำผิดจริงตามฟ้องทุกข้อหาแต่ข้อหาความผิดฐานปล้นทรัพย์เป็นกรรมเดียวกับข้อหาความผิดต่อชีวิตลงโทษตามมาตรา 289(4)(6)(7), 80, 83 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุกจำเลยทั้งสามตลอดชีวิต กับโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯจำเลยทั้งสามให้การสารภาพในชั้นสอบสวน มีประโยชน์ต่อการพิจารณาเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกระทงละหนึ่งในสามเป็นจำคุกจำเลยทั้งสามในข้อหาความผิดต่อชีวิตคนละ 33 ปี 4 เดือนรวมกับโทษจำคุกตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ เป็นจำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 34 ปี 4 เดือน จำคุกจำเลยที่ 2 ที่ 3 คนละ 36 ปี 8 เดือนนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอไม่ให้ศาลลดโทษแก่จำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า แม้จำเลยทั้งสามจะได้ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน แต่มาปฏิเสธชั้นศาลและอ้างตนเองเข้าเป็นพยานเบิกความทำนองเดียวกันว่า ชั้นสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกระดาษซึ่งพิมพ์ข้อความอยู่แล้วมาให้จำเลยทั้งสามพิมพ์ลายนิ้วมือ เมื่อปรากฏว่าคดีนี้โจทก์มีประจักษ์พยานมาเบิกความยืนยันเป็นที่สอดคล้องต้องกันรวม 7 ปากซึ่งพยานโจทก์เหล่านั้นต่างก็สามารถจดจำหน้าจำเลยทั้งสามได้อย่างแม่นยำแน่นอนโดยไม่มีทางผิดพลาดเป็นอย่างอื่นไปได้ และมีพยานแวดล้อมกรณีประกอบแน่นหนามั่นคง ถึงแม้ว่าจำเลยทั้งสามจะไม่ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนก็ตาม ศาลก็ย่อมรับฟังพยานหลักฐานของโจทก์ดังกล่าวลงโทษจำเลยทั้งสามได้โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยคำรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยทั้งสามแต่อย่างใด เช่นนี้ คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยทั้งสามจึงไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา คดีย่อมไม่มีเหตุจะลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ที่ศาลอุทธรณ์ลดโทษให้แก่จำเลยทั้งสาม คนละกระทงละหนึ่งในสามนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ลดโทษให้แก่จำเลยทั้งสาม คนละกระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงให้จำคุกจำเลยทั้งสามไว้ตลอดชีวิต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 707/2531 อัยการ เชียงราย โจทก์ นาย เลาย่าง แซ่ ย่าง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ เชียงราย · จำเลย - นาย เลาย่าง แซ่ ย่าง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สหัส สิงหวิริยะ · ดำริ ศุภพิโรจน์ · ชวลิต นราลัย
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3299/2547ฎีกา 753/2481ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 180/2554ฎีกา 1666/2520ฎีกา 1786/2554ฎีกา 2707/2527ฎีกา 5598/2540ฎีกา 17058/2555ฎีกา 395/2503ฎีกา 6416/2541ฎีกา 3294/2527ฎีกา 2100/2531ฎีกา 8944/2544ฎีกา 2457/2530ฎีกา 161/2510ฎีกา 1790/2521ฎีกา 1955/2515ฎีกา 2033/2528ฎีกา 5873/2567ฎีกา 7245/2554ฎีกา 705/2465ฎีกา 5806/2534ฎีกา 4959/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา