⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1214-1219/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1214-1219/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลฎีกาได้วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายในสำนวนใดสำนวนหนึ่งที่รวมการพิจารณาไว้ ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงในสำนวนอื่นที่รวมการพิจารณาไว้ด้วยกันได้ แม้สำนวนอื่นนั้นจะห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องจำเลยว่าได้ กระทำผิดในเรื่องเดียวกันหกสำนวน ซึ่งเกี่ยวเนื่องกันและศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้รวมการพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน การฟังพยานหลักฐานก็ต้องฟังรวมเป็นคดีเดียว กันเมื่อศาลฎีกาได้ ยกปัญหาข้อกฎหมายของโจทก์ร่วมสำนวนที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 ขึ้นวินิจฉัยแม้ฎีกา ของจำเลยในข้ออื่นจะเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงในสำนวนของโจทก์ร่วมดังกล่าวได้ และย่อมมีอำนาจพิจารณาไปถึงข้อเท็จจริงในสำนวนที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 ซึ่งต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ด้วย หากการกระทำของจำเลยในสำนวนใดไม่เป็นความผิดศาลฎีกาก็ย่อมยกฟ้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.25 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.213 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.25 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.185 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.218

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งหกสำนวนศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันโดยโจทก์ทั้งหดสำนวนฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗, ๘๐, ๒๗๙, ๒๘๕, ๙๑ และขอให้นับโทษจำเลยทุกสำนวนติดต่อกันด้วย จำเลยทั้งหกสำนวนให้การปฏิเสธ ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น มารดาของผู้เสียหายแต่ละสำนวนได้รับอนุญาตให้เข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗, ๘๐, ๒๘๕ รวม ๕ กระทง มีความผิดฐานกระทำอนาจารตามมาตรา ๒๗๙, ๒๘๕ รวม ๕ กระทง ลงโทษทุกกระทงความผิดและนับโทษติดต่อกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ความผิดกระทงแรกจำคุกกระทงละ ๗ ปี ความผิด ๕ กระทงหลังจำคุกกระทงละ ๕ เดือน รวมจำคุกทั้งสิ้น ๓๗ ปี ๖ เดือน คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ เนื่องจากจำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนคงจำคุกจำเลย ๒๕ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ร่วมสำนวนที่ ๒ ที่ ๔ ที่ ๖ และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คงมีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ร่วมสำนวนที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๖ ว่า การที่จำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน แต่ให้การปฏิเสธ ไม่ได้ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนมิใช่เป็นการลุแก่โทษ ไม่เข้าเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ไม่ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะลดโทษให้แก่จำเลยนั้น เห็นว่า ภายหลังการกระทำผิดจำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนโดยดี ถือได้ว่าเป็นการลุแก่โทษ อันเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ที่ศาลอุทธรณ์ลดโทษให้แก่จำเลยหนึ่งในสามนั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ร่วมสำนวนที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๖ ฟังไม่ขึ้น เมื่อได้ยกปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยแล้ว แม้ฎีกาของจำเลยในข้ออื่นจะเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงในสำนวนของโจทก์ร่วมสำนวนที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๖ แต่เนื่องจากคดีทั้งสามสำนวนนี้เป็นกรณีที่โจทก์ฟ้องจำเลยว่าได้กระทำผิดในเรื่องเดียวกันอีก ๓ สำนวน ซึ่งได้กระทำผิดเกี่ยวเนื่องกันและศาลได้มีคำสั่งให้รวมการพิจารณาเป็นคดีเดียวกันแล้ว การฟังพยานหลักฐานก็ต้องฟังรวมเป็นคดีเดียวกัน เมื่อจำต้องฟังพยานหลักฐานรวมกันเช่นนี้หากการกระทำของจำเลยในสำนวนใดไม่เป็นความผิดแล้ว ศาลฎีกาก็ย่อมมีอำนาจพิจารณาไปถึงข้อเท็จจริงในสำนวนที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๕ ซึ่งต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ด้วยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๕...." พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๙ วรรคแรก ประกอบด้วยมาตรา ๒๘๕ รวม ๒ กระทง ให้จำคุกกระทงละ ๔ ปี รวมเป็นโทษจำคุก ๘ ปี คำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยตามมาตรา ๗๘ หนึ่งในสี่ คงจำคุกจำเลย ๖ ปี ข้อหานอกจากนี้ให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1214 - 1219/2532 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดนครราชสีมา (อำเภอบัวใหญ่) โจทก์ นางละมูล ปลูกกิน กับพวก โจทก์ร่วม นายธวัช หรือดวงแก้ว ซ้ายโพธิ์กลาง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดนครราชสีมา (อำเภอบัวใหญ่) · โจทก์ร่วม - นางละมูล ปลูกกิน กับพวก · จำเลย - นายธวัช หรือดวงแก้ว ซ้ายโพธิ์กลาง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประเสริฐ บุญศรี · สุทิน นนทแก้ว · บุญส่ง วรรณกลาง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสิทธิชัย รุ่งตระกูล · ศาลอุทธรณ์ - นายไพริน มะนุญพร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1588/2479ฎีกา 10648/2554ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1638/2492ฎีกา 3026/2517ฎีกา 6355/2544ฎีกา 6416/2541ฎีกา 2963/2535ฎีกา 726/2487ฎีกา 848/2545ฎีกา 2813/2566ฎีกา 5806/2534ฎีกา 540/2485ฎีกา 1618/2499ฎีกา 149/2521ฎีกา 472/2539ฎีกา 3107/2533ฎีกา 2772/2539ฎีกา 203/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา