คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1291/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ฟ้องแย้งที่ยังไม่มีข้อโต้แย้งตามกฎหมาย ศาลย่อมมีอำนาจสั่งไม่รับฟ้องแย้งนั้นได้
ย่อคำพิพากษา
ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฟ้องแย้งของจำเลย โดยวินิจฉัยว่า ฟ้องแย้งของจำเลยเป็นฟ้องที่มีเงื่อนไขและยังไม่มีข้อโต้แย้งตามกฎหมาย จำเลยอุทธรณ์ว่าฟ้องแย้งของจำเลยเป็นเรื่องเกี่ยวกับฟ้องเดิมของโจทก์ มิได้โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นว่าไม่ชอบอย่างไรหรือเพราะเหตุใด จึงเป็นอุทธรณ์ไม่ชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 ชอบที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้กับโจทก์ว่าเป็นหนี้ค่าซื้อรถยนต์บรรทุก ๒๗,๐๐๐ บาท โดยตกลงผ่อนชำระเป็นงวด ๆ แล้วเพิกเฉย ขอให้จำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย
จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้กับโจทก์ เนื่องจากจำเลยผิดสัญญาซื้อขายที่ซื้อรถยนต์จากโจทก์และเป็นหนี้ค่าซื้อรถยนต์อยู่ ๒๗,๐๐๐ บาทจริง แต่จำเลยได้มอบรถยนต์ให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกัน จำเลยแจ้งให้โจทก์ส่งรถยนต์คืนจำเลยหลายครั้งเพื่อจดทะเบียนเป็นชื่อของจำเลยแล้วจำเลยจะได้ชำระหนี้ค่ารถยนต์ให้เสร็จสิ้นไป แต่โจทก์ไม่ยอมส่งคืนและจดทะเบียนให้จำเลย ขอให้บังคับโจทก์ส่งคืนรถยนต์แก่จำเลยและไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นชื่อของจำเลย ถ้าไม่สามารถส่งคืนได้ก็ให้ใช้ราคา ๒๗,๑๖๒ บาทแก่จำเลยพร้อมดอกเบี้ย หรือให้หักกลบลบหนี้กับค่าซื้อรถยนต์คันดังกล่าวที่จำเลยค้างชำระโจทก์อยู่
ศาลชั้นต้นสั่งรับคำให้การของจำเลย ส่วนฟ้องแย้งเป็นคำฟ้องที่มีเงื่อนไข ข้อโต้แย้งยังไม่เกิดขึ้น จึงสั่งไม่รับฟ้องแย้ง ให้จำเลยไปยื่นฟ้องโจทก์เป็นคดีใหม่ต่างหากเมื่อชำระหนี้แล้ว
จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น ขอให้รับฟ้องแย้ง
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า อุทธรณ์ของจำเลยถือได้ว่า จำเลยอุทธรณ์โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่จำเลยมิได้กล่าวไว้ให้ชัดแจ้งในอุทธรณ์ว่า คำสั่งศาลชั้นต้นไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างไร เพียงแต่ว่าฟ้องแย้งของจำเลยเกี่ยวกับฟ้องเดิมพอที่จะพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีเข้าด้วยกันได้เท่านั้น ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฟ้องแย้งของจำเลย โดยวินิจฉัยว่า ฟ้องแย้งของจำเลยเป็นฟ้องที่มีเงื่อนไขและยังไม่มีข้อโต้แย้งเกิดขึ้นตามกฎหมาย จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฟ้องแย้ง โดยให้เหตุผลแต่เพียงว่าฟ้องแย้งของจำเลยเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับฟ้องเดิมของโจทก์ ซึ่งเกี่ยวกับการซื้อขายรถยนต์อันเป็นการซื้อขายเสร็จเด็ดขาด กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ตกเป็นของจำเลยแล้ว และจำเลยได้มอบรถยนต์ให้โจทก์ยึดไว้เป็นหลักประกันเท่านั้น จำเลยหาได้โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นว่าไม่ชอบอย่างไร หรือเพราะเหตุใดไม่ จึงเป็นอุทธรณ์ไม่แจ้งชัดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1291/2532
นายสุพล พิฤทธิ์ โจทก์
นายพุด ล้อสินค้า จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสุพล พิฤทธิ์ · จำเลย - นายพุด ล้อสินค้า |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสียง ตรีวิมล · ปชา วรธรรมพินิจ · วีระชัย สูตรสุวรรณ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ - นายสุนทร บุญจันทร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายทองเลื่อน พูลพิพัฒน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา