คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1675/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่มุ่งประสงค์จะปิดบัง ซ่อนเร้น หรือลักลอบจำหน่ายทรัพย์สิน เพื่อจะแกล้งให้เจ้าหนี้ของตนหรือของบุคคลอื่นไม่ได้รับชำระหนี้ จะเป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ได้ ก็ต่อเมื่อผู้กระทำมีเจตนาพิเศษเช่นว่านั้น และบุคคลนั้นเป็นเจ้าหนี้ของตนหรือของบุคคลอื่นจริง
ย่อคำพิพากษา
ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ ผู้ที่จะมีความผิดจะต้องมีเจตนาพิเศษเพื่อมิให้เจ้าหนี้ของตนหรือผู้อื่นได้ รับชำระหนี้จำเลยเป็นหนี้จำนองผู้มีชื่อ 3,000,000 บาท จึงขายทรัพย์จำนองพร้อมสิทธิการเช่า โทรศัพท์เป็นเงิน 3,500,000 บาทเพื่อชำระหนี้จำนองตาม ปกติ แม้จะเป็นการขายหลังจากทราบว่าโจทก์จะใช้ สิทธิเรียกร้องทางศาลเพื่อให้ชำระหนี้ ก็ยังเป็นการขายเพื่อชำระหนี้จำนอง ทั้งเมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยให้ชำระหนี้จำเลยก็ต่อสู้ ว่ามิได้เป็นหนี้โจทก์ คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลโจทก์จะเป็นเจ้าหนี้หรือไม่ ยังโต้เถียง กันอยู่ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐาน โกงเจ้าหนี้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐, ๙๑
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้อง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่า จำเลยเป็นหนี้จำนอง ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ขายทรัพย์จำนองพร้อมสิทธิการเช่าโทรศัพท์ได้เงิน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท นั้น เป็นการขายเพื่อชำระหนี้จำนองตามปกติ แม้จะขายภายหลังจำเลยได้รับหนังสือทวงถามจากโจทก์ให้ชำระหนี้และทราบดีว่าโจทก์จะใช้สิทธิเรียกร้องทางศาลให้ชำระหนี้แล้วก็ตาม แต่จำเลยก็มิได้ยอมรับว่าโจทก์เป็นเจ้าหนี้ และเมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยให้ชำระหนี้ค่าซื้อหุ้นจำเลยก็ต่อสู้ว่า จำเลยมิได้เป็นหนี้และยังอ้างคำพิพากษามาศาลฎีกาว่า ข้อเท็จจริงเช่นเดียวกันนี้ศาลเคยวินิจฉัยให้จำเลยในคดีนั้นเป็นฝ่ายชนะคดีด้วย ความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐ นั้น ผู้ที่จะมีความผิดตามบทบัญญัติดังกล่าวจะต้องมีเจตนาพิเศษเพื่อมิให้เจ้าหนี้ของตนหรือผู้อื่นได้รับชำระหนี้ คดีนี้ได้ความว่า จำเลยขายทรัพย์จำนองเพื่อชำระหนี้จำนอง เมื่อถูกโจทก์ฟ้อง จำเลยก็ต่อสู้ว่าจำเลยมิได้เป็นหนี้โจทก์ คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์โจทก์จะเป็นเจ้าหนี้หรือไม่ ยังโต้เถียงกันอยู่ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามฟ้อง
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1675/2532
บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์กรุงเทพธนาทร จำกัด
นายประจักษ์ เอกบัณฑิต จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | จำกัด - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์กรุงเทพธนาทร · จำเลย - นายประจักษ์ เอกบัณฑิต |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พนม พ่วงภิญโญ · สุทิน นนทแก้ว · ประเสริฐ บุญศรี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครใต้ - นายชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง วรรณกลาง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา