คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1793/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบังคับคดีต้องเป็นไปตามคำขอท้ายฟ้องและคำพิพากษาเท่านั้น การบังคับให้จำเลยนับอายุการทำงานติดต่อกันจึงเกินกว่าคำพิพากษาหากโจทก์มิได้มีคำขอดังกล่าวไว้ในคำขอท้ายฟ้อง
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องจำเลยโดยในคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ ได้บรรยายสภาพแห่งคำขอบังคับว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 7,159,417.58 บาท หรือให้จำเลยยกเลิกคำสั่งเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม และให้จำเลยแต่งตั้งโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราเงินเดือนไม่น้อยกว่าตำแหน่งและอัตราเงินเดือนที่โจทก์ได้รับขณะเลิกจ้าง โจทก์หาได้มีคำขอบังคับให้จำเลยนับอายุการทำงานของโจทก์ติดต่อกันไม่ ดังนั้น ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในสภาพการจ้างเดิมย่อมหมายความว่าไม่นับอายุการทำงานของโจทก์ในระหว่างที่ถูกเลิกจ้าง โจทก์จึงไม่อาจขอบังคับคดีให้จำเลยนับอายุการทำงานของโจทก์ติดต่อกันได้ เพราะจะเป็นการเกินไปกว่าคำพิพากษา
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
มูลกรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรม ขอให้ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าเสียหายหรือให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราเงินเดือนไม่น้อยกว่าตำแหน่งและอัตราเงินเดือนที่โจทก์ได้รับในขณะเลิกจ้าง ซึ่งศาลฎีกาพิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางที่พิพากษาให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในสภาพการจ้างและอัตราเงินเดือนไม่น้อยกว่าที่โจทก์ได้รับขณะเลิกจ้าง ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลแรงงานกลางว่าจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานแล้วแต่ไม่ยอมนับอายุการทำงานต่อเนื่องในระหว่างที่โจทก์ถูกจำเลยไล่ออกจากงานโดยไม่เป็นธรรมอ้างว่าไม่มีระเบียบข้อบังคับกำหนดไว้ ขอให้ศาลแรงงานกลางออกคำบังคับให้จำเลยนับอายุการทำงานของโจทก์ต่อเนื่องกัน ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งยกคำร้อง
โจทก์อุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า โจทก์อุทธรณ์ว่า ตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลางและศาลฎีกาที่พิพากษาให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในสภาพการจ้างและอัตราเงินเดือนไม่น้อยกว่าที่โจทก์ได้รับในขณะเลิกจ้างนั้น คำว่า "สภาพการจ้างและอัตราเงินเดือนไม่น้อยกว่าที่โจทก์ได้รับขณะเลิกจ้าง" มีความหมายอยู่ในตัวแล้วว่า เมื่อจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานแล้ว โจทก์ย่อมกลับคืนสู่ฐานะเดิมเช่นก่อนที่จะถูกจำเลยเลิกจ้างรวมทั้งการนับอายุการทำงานต่อเนื่องด้วย การที่จำเลยไม่นับอายุการทำงานของโจทก์ต่อเนื่องกัน จึงเป็นการไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลฎีกา พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ในคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ โจทก์บรรยายสภาพแห่งคำขอบังคับว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๗,๑๕๙,๔๑๗.๕๘ บาท หรือให้จำเลยยกเลิกคำสั่งเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม และให้จำเลยแต่งตั้งโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราเงินเดือนไม่น้อยกว่าตำแหน่งและอัตราเงินเดือนที่โจทก์ได้รับขณะเลิกจ้าง จะเห็นได้ว่าโจทก์หาได้มีคำขอบังคับให้จำเลยนับอายุการทำงานของโจทก์ติดต่อกันแต่ประการใดไม่ ดังนั้น ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในสภาพการจ้างเดิมย่อมหมายความว่าไม่นับอายุการทำงานของโจทก์ในระหว่างที่ถูกเลิกจ้างนั่นเอง โจทก์จึงไม่อาจขอบังคับคดีให้จำเลยนับอายุการทำงานของโจทก์ติดต่อกันได้เพราะจะเป็นการเกินไปกว่าคำพิพากษา
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1793/2532
นายมงคล อัจฉริยะโพธา โจทก์
องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายมงคล อัจฉริยะโพธา · ล. - องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · มาโนช เพียรสนอง · ศิลปชัย มัทธุรศ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา