คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1892/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำขอเอาประกันชีวิตและบันทึกปากคำผู้เอาประกันเป็นเพียงคำเสนอขอทำสัญญาและข้อมูลประกอบการพิจารณา ยังไม่ถือเป็นเอกสารสิทธิที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสิทธิใดๆ
ย่อคำพิพากษา
คำขอเอาประกันชีวิตแบบออมทรัพย์สงเคราะห์มีสาระสำคัญว่า พ. และ ส. มีความประสงค์ที่จะเอาประกันชีวิตตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในคำขอมีลักษณะเป็นเพียงคำเสนอขอทำสัญญาประกันชีวิตเท่านั้น ยังไม่แน่ว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะตกลงรับประกันหรือไม่ ส่วนบันทึกปากคำผู้เอาประกันก็เพียงเอกสารซึ่งผู้ขอเอาประกันชีวิตตอบคำถามตามที่บริษัทผู้รับประกันต้องการทราบ ในเรื่องความเกี่ยวพันระหว่างผู้เอาประกันชีวิตกับผู้รับประโยชน์ตลอดจนรายละเอียดในการชำระเบี้ยประกัน เอกสารดังกล่าวมานี้มิใช่หลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ จึงไม่ใช่เอกสารสิทธิ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๘๔, ๙๑, ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๘, ๒๖๙ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๕๒๖ มาตรา ๔ ริบเอกสารสิทธิปลอมของกลางจำนวน ๖ ฉบับ นับโทษจำเลยที่ ๑ ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๖๖๙/๒๕๒๗, ๖๒๔/๒๕๒๘ และ ๖๒๕/๒๕๒๘ ของศาลชั้นต้น
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ ๑ รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๖๖๙/๒๕๒๗, ๖๒๔/๒๕๒๘ และ ๖๒๕/๒๕๒๘ ของศาลชั้นต้น
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๕, ๒๖๘ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๖๘ ประกอบด้วยมาตรา ๙๑ ที่แก้ไขแล้ว เรียงกระทงลงโทษสามกระทง ให้จำคุกกระทงละ ๕ ปี รวมจำคุก ๑๕ ปี จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๘ ให้จำคุกกระทงละ ๓ ปี รวมจำคุก ๖ ปี ริบเอกสารสิทธิปลอมของกลางจำนวน ๖ ฉบับ นับโทษจำเลยที่ ๑ ต่อจากโทษคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๖๖๙/๒๕๒๗, ๖๒๔/๒๕๒๘ และ ๖๒๕/๒๕๒๘ ของศาลชั้นต้น ข้อหาอื่นให้ยก
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ จำเลยที่ ๒ ยื่นคำร้อง ขอถอนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์อนุญาต และให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๘ ประกอบด้วยมาตรา ๒๖๔ รวมสามกระทง จำคุกกระทงละ ๒ ปี รวม ๖ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำว่า "เอกสารสิทธิ" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑ (๙) หมายความว่า เอกสารที่เป็นหลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวนหรือระงับซึ่งสิทธิ เอกสารที่จำเลยที่ ๑ ปลอมและนำไปใช้ ซึ่งโจทก์ฎีกาขึ้นมาว่าเป็นเอกสารสิทธินั้น ได้แก่คำขอเอาประกันชีวิตแบบออมทรัพย์สงเคราะห์ตามเอกสารหมาย จ.๑, จ.๒ และ จ.๖ มีสาระสำคัญว่า นายพะยอม รักเขตต์ และนายสมพร สรเกตุ มีความประสงค์ที่จะเอาประกันชีวิตตามรายละเอียดที่ระบุไว้ในคำขอ มีลักษณะเป็นเพียงคำเสนอขอทำสัญญาประกันชีวิตเท่านั้น ยังไม่แน่ว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะตกลงรับประกันหรือไม่ และบันทึกปากคำผู้เอาประกันตามเอกสารหมาย จ.๓, จ.๔ และ จ.๗ ก็เป็นเพียงเอกสารซึ่งผู้ขอเอาประกันชีวิตตอบคำถามตามที่บริษัทผู้รับประกันต้องการทราบ ในเรื่องความเกี่ยวพันระหว่างผู้เอาประกันชีวิตกับผู้รับประโยชน์ตลอดจนรายละเอียดในการชำระเบี้ยประกัน เอกสารดังกล่าวมานี้มิใช่หลักฐานแห่งการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ จึงมิใช่เอกสารสิทธิดังที่โจทก์ฎีกา คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1892/2532
พนักงานอัยการจังหวัดชุมพร โจทก์
นายชวลิต ยิ่งอนันต์ ที่ 1 นายเดชาหรือตุด นารถสุรินทร์ ที่ 2 ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชุมพร · ล. - นายชวลิต ยิ่งอนันต์ ที่ 1 นายเดชาหรือตุด นารถสุรินทร์ ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · สุนทร จันทรศักดิ์ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชุมพร - นายอนันต์ ไชยถาวร · ศาลอุทธรณ์ - นายไพริน มะนุญพร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา