⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 218/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 218/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยหลบหนีไปโดยรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายอีกคนหนึ่งจอดรออยู่ ไม่ถือว่าจำเลยใช้รถจักรยานยนต์ในการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ หากจำเลยไม่ได้ร่วมใช้รถจักรยานยนต์ในการกระทำความผิดนั้น

ย่อคำพิพากษา

เมื่อจำเลยกับพวกได้ทรัพย์ของผู้เสียหายแล้ว จำเลยวิ่งไปหลบซ่อนอยู่ในบ้านของ ร. ส่วนพวกของจำเลยวิ่งไปซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายอีกคนหนึ่งจอดรออยู่ โดยไม่ปรากฏว่าก่อนทำการปล้นทรัพย์จำเลยมายังที่เกิดเหตุด้วยรถจักรยานยนต์แต่ประการใด จำเลยจึงไม่มีความผิดตามมาตรา 340 ตรี คงมีความผิดตามมาตรา 340 วรรคสอง เท่านั้น.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340, 340 ตรีประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514ข้อ 14, 15 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 20,920 บาท แก่เจ้าทรัพย์ด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 340, 340 ตรี ให้ลงโทษจำคุก 24 ปี คำรับสารภาพชั้นจับกุมและสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้จำคุก 16 ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ 20,920 บาท แก่ผู้เสียหายด้วย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสอง จำคุก 18 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 12 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า มีคนร้าย3 คนร่วมกันปล้นทรัพย์นางปราณี วิชัยดิษฐ์ ผู้เสียหายตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุดังฟ้อง และได้ทรัพย์สินไปตามฟ้อง ปัญหามีว่าจำเลยเป็นคนร้ายรายนี้ด้วยคนหนึ่งหรือไม่ โจทก์มีนางปราณี วิชัยดิษฐ์ ผู้เสียหายเป็นประจักษ์พยานเบิกความยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้ายคนหนึ่งซึ่งขึ้นไปปล้นทรัพย์บนบ้านของผู้เสียหาย ร่วมกับคนร้ายอีกคนหนึ่งซึ่งมีอาวุธปืนและใช้อาวุธปืนจี้ขู่เข็ญผู้เสียหาย เหตุเกิดเวลากลางวัน ยากที่ผู้เสียหายจะจำคนร้ายผิดพลาด นอกจากนี้ยังปรากฏจากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบอย่างแน่ชัดว่า หลังเกิดเหตุจำเลยหลบหนีเข้าไปอยู่ในบ้านของนางระเบียบ พัฒนะสดี และถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมที่บ้านนางระเบียบนั้นเอง ชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนจำเลย ก็ให้การรับสารภาพในข้อหาร่วมกับพวกปล้นทรัพย์ของผู้เสียหายข้อเท็จจริงจึงฟังได้แน่ชัดว่าจำเลยกับพวกอีก 2 คน ร่วมกันปล้นทรัพย์ผู้เสียหาย พยานจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ได้ส่วนที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะนั้น ข้อเท็จจริงปรากฏจากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบว่า เมื่อจำเลยกับพวกอีกคนหนึ่งได้ทรัพย์ของผู้เสียหายแล้ว จำเลยวิ่งไปหลบซ่อนอยู่ในบ้านของนางระเบียบ ส่วนพวกของจำเลยดังกล่าววิ่งไปซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายอีกคนหนึ่งจอดรออยู่ แล้วพากันขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป ก่อนทำการปล้นทรัพย์ก็ไม่ได้ความว่าจำเลยมายังที่เกิดเหตุโดยรถจักรยานยนต์แต่ประการใดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 ตรี เป็นบทลงโทษผู้กระทำผิดให้หนักขึ้น จึงต้องตีความโดยเคร่งครัด คือหมายความเฉพาะตัวผู้กระทำตามที่ระบุไว้ในมาตรา 340 ตรีเท่านั้น คดีนี้พวกของจำเลย 2 คนกระทำผิดโดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ แต่จำเลยไม่ได้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะในการกระทำผิดแต่ประการใด จำเลยจึงไม่มีความผิดตามมาตรา 340 ตรี คงมีความผิดตามมาตรา 340 วรรคสองศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์จำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 218/2532 พนักงานอัยการ จังหวัด ปัตตานี โจทก์ นาย ศักดิ์ อนุสรณ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ปัตตานี · จำเลย - นาย ศักดิ์ อนุสรณ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ศักดา โมกขมรรคกุล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ