⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2189/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2189/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพิจารณาว่าเครื่องหมายการค้าเหมือนหรือคล้ายกันจนอาจก่อให้เกิดการลวงสาธารณชนได้นั้น ต้องพิจารณาจากส่วนประกอบทั้งหมดของเครื่องหมายการค้า โดยคำนึงถึงภาพรวมที่ปรากฏแก่สายตาประชาชนทั่วไป.

ย่อคำพิพากษา

การพิจารณาว่าเครื่องหมายการค้าใดเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าอื่นจนนับได้ว่าเป็นการลวงสาธารณชนหรือไม่นั้นจะต้องพิจารณาส่วนประกอบของเครื่องหมายการค้าทั้งหมดรวมกันโจทก์จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสินค้าจำพวกน้ำยาฆ่ายางตราวัวแดงส่วนของจำเลยใช้เครื่องหมายการค้าตราแพะแดง แม้สลากของจำเลยจะระบุชื่อร้านค้าและจังหวัดที่ผลิตสินค้าของจำเลยต่างกับของโจทก์ แต่การประดิษฐ์รูปแพะแดงของจำเลยให้มีโหนกมีเขายาว หางยาวคล้ายวัวแดง ซึ่งทำให้ประชาชนเกิดการสับสนยากที่จะแยกแยะได้ว่าเครื่องหมายใด เป็นที่หมายแห่งสินค้าของโจทก์หรือจำเลย ทั้งข้อความที่แตกต่างเป็นข้อความเพียงสั้น ๆ ปนอยู่กับข้อความอื่นทั้งหมดในสลากซึ่งเหมือนกับข้อความในเครื่องหมายการค้าของโจทก์ทุกตัวอักษรทั้งลักษณะและขนาด กรณีถือได้ว่าเครื่องหมายการค้าของจำเลยเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ จนนับได้ว่าเป็นการลวงสาธารณชนแล้ว ในคดีเครื่องหมายการค้า ศาลจะพิพากษาให้นายทะเบียนจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอของโจทก์ไม่ได้ เพราะเป็นการบังคับบุคคลที่มิได้เป็นคู่ความในคดีและโจทก์ก็สามารถไปขอจดทะเบียนได้เองอยู่แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2474 ม.16

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำยาฆ่ายางมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๘๕ โดยใช้เครื่องหมายการค้าตรา "วัวแดง" โจทก์ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวต่อกรมทะเบียนการค้าตามทะเบียนที่ ๗๘๔๑ เพื่อใช้กับน้ำยาฆ่ายาง สินค้าจำพวกที่ ๑ ต่อมาโจทก์ยังได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอื่น ๆ ที่มีรูปวัวแดงเป็นสาระสำคัญอีกหลายคำของโจทก์ได้ส่งสินค้าของโจทก์ไปจำหน่ายในจังหวัดต่าง ๆ โดยเฉพาะในจังหวัดทางภาคใต้เป็นเวลากว่า ๓๐ ปีแล้ว จำเลยเคยซื้อสินค้าน้ำยาฆ่ายางตราวัวแดงของโจทก์ไปจำหน่ายติดต่อกันประมาณ ๑๐ ปี ต่อมาโจทก์ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตราวัวแดงโดยมีรูปวัวสีแดงเป็นสาระสำคัญของเครื่องหมายการค้า มีลักษณะเหมือนหรือคล้ายกันเครื่องหมายการค้าตราวัวแดง อีกคำขอหนึ่ง โดยเพิ่มเติมคำว่า "อารยะพาณิชย์ จ.ว. ตรัง และภาษาจีน" ไว้ที่ด้านบนรูปเครื่องหมายการค้า และขอเป็นชุดเดียวกับเครื่องหมายการค้าเดิมที่จดไว้แล้ว แต่โจทก์ได้รับแจ้งจากนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าว่าเครื่องหมายการค้าที่โจทก์ยื่นคำขอจดทะเบียนนี้เหมือนหรือเกือบเหมือนกับเครื่องหมายการค้าซึ่งจำเลยขอจดทะเบียนไว้ นายทะเบียนจึงรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตอบคำขอของโจทก์ไม่ได้ โจทก์เห็นว่าโจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าของโจทก์ดีกว่าจำเลย การที่จำเลยยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าว เพราะจำเลยมีเจตนาจะแข่งขันทางการค้าโดยไม่เป็นธรรมกับโจทก์ ทำให้ประชาชนผู้ซื้อหลงผิดในแหล่งกำเนิดของสินค้า โดยเข้าใจว่าสินค้าของจำเลยเป็นสินค้าของโจทก์ และเป็นการกระทำโดยไม่สุจริต ขอให้ศาลพิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าตราวัวแดงดีกว่าจำเลย ให้นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าระงับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลย และจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอของโจทก์ หรือให้จำเลยเพิกถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทั้งหมด ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือคำพิพากษาแสดงเจตนาแทนจำเลย จำเลยให้การว่า เครื่องหมายการค้าของจำเลยไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์ ไม่ว่าในรูปร่าง ลักษณะหรือการเรียกขานกล่าวคือ เครื่องหมายการค้าของจำเลยเป็นรูปแพะ ๒ ตัว ยืนหันหน้าเข้าหากัน ด้านล่างกึ่งกลางระหว่างแพะมีคำว่า "ตราแพะแดงคู่" ทั้งหมดอยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้าส่วนรูปลักษณะเครื่องหมายการค้าของโจทก์เป็นรูปวัว ๒ ตัว หันหน้าเข้าหากัน ยืนอยู่บนพื้นหญ้า มีอักษรไทยว่า "น้ำยาฆ่ายางตราวัวชนปรุงพิเศษ" ด้านขวาของภาพมีอักษรจีนกำกับ จำเลยมีสิทธิได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอดังกล่าวดีกว่าโจทก์ เครื่องหมายการค้าตามคำขอของโจทก์ มีลักษณะเหมือนหรือเกือบเหมือนตามคำขอของจำเลย โจทก์ไม่มีสิทธิขอให้นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวได้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า โจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าตราวัวแดงดีกว่าจำเลย ให้จำเลยถอนคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลย หากจำเลยไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยกับให้นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอให้แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าดีกว่าจำเลยและวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ที่จำเลยฎีกาว่า เครื่องหมายการค้าของโจทก์กับของจำเลยไม่เหมือนกันเพราะของโจทก์เป็นวัว ส่วนของจำเลยเป็นแพะ นอกจากนั้นสลากเครื่องหมายการค้าของโจทก์ยังระบุไว้ว่าบริษัทอารยะ ร.ม.๙๑ จังหวัดตรัง ส่วนของจำเลยก็ระบุไว้ชัดเจนว่านครวิถีพาณิชย์ จังหวัดนครฯ นั้น เห็นว่า จำเลยมีเจตนาที่จะเลียนเครื่องหมายการค้าของโจทก์อย่างเห็นได้ชัด ด้วยการประดิษฐ์-รูปแพะแดงให้มีลักษณะเหมือนกับวัวแดง ซึ่งการกระทำดังกล่าวย่อมทำให้ประชาชนเกิดการสับสน เพราะหากมองผ่าน ๆ แล้ว ยากที่จะแยกแยะได้ว่าเครื่องหมายใดเป็นที่หมายแห่งสินค้าของจำเลยหรือของโจทก์ กรณีฟังได้ว่าเครื่องหมายการค้าของจำเลยเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์จนนับได้ว่าเป็นการลวงสาธารณชนและแม้ภายใต้เครื่องหมายซึ่งเป็นรูปสัตว์คือรูปวัวแดงจะมีข้อความดังที่จำเลยอ้างก็ตาม การพิจารณาว่าเครื่องหมายการค้าใดเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าอื่นจนนับได้ว่าเป็นการลวงสาธารณชนหรือไม่ จะต้องพิจารณาส่วนประกอบของเครื่องหมายการค้าทั้งหมดรวมกันข้อความที่จำเลยกล่าวนั้นปรากฏว่าเป็นข้อความเพียงสั้น ๆ ปนอยู่กับข้อความทั้งหมดซึ่งมีเป็นจำนวนมากในสลากเครื่องหมายการค้า ซึ่งข้อความทั้งหมดนั้นเหมือนกันกับข้อความในเครื่องหมายการค้าตามเอกสารหมาย จ.๔ ของโจทก์ทุกตัวอักษร แม้กระทั่งลักษณะและขนาดของตัวอักษรก็เหมือนกัน โอกาสที่ประชาชนจะสังเกตและแยกแยะข้อแตกต่างระหว่างเครื่องหมายการค้าของโจทก์กับของจำเลยจึงไม่สามารถกระทำได้โดยง่าย กรณีถือได้ว่าเครื่องหมายการค้าของจำเลยเหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของโจทก์จนนับได้ว่าเป็นการลวงสาธารณชน ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าตราวัวแดงดีกว่าจำเลยต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอให้แก่โจทก์นั้น เป็นการบังคับบุคคลที่มิได้เป็นคู่ความในคดี และโจทก์ก็สามารถจัดการในเรื่องนี้ได้เองอยู่แล้ว ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการไม่ถูกต้อง สมควรแก้ไขในเรื่องนี้ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอที่ให้นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอที่ ๑๐๖๗๕๕ ให้แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2189/2532 นายกรณีย์ คงนคร โจทก์ นายประทีป อิสสระพิทักษ์กุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายกรณีย์ คงนคร · จำเลย - นายประทีป อิสสระพิทักษ์กุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · สหัส สิงหวิริยะ · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายโสภณ จันเทรมะ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมภพ โชติกวณิชย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 181/2495ฎีกา 360/2502ฎีกา 1138/2529ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2660/2536ฎีกา 79/2501ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1251/2500ฎีกา 4549/2540ฎีกา 185/2566ฎีกา 2345/2540ฎีกา 6868/2541ฎีกา 1591/2495ฎีกา 560/2529ฎีกา 1592/2521ฎีกา 3190/2530ฎีกา 4470/2543ฎีกา 4564/2543ฎีกา 15617/2558ฎีกา 5007/2540ฎีกา 7631/2552ฎีกา 958/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา