⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2218/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2218/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยเป็นพนักงานของธนาคาร มีหน้าที่รับชำระหนี้แทนธนาคาร และเบียดบังเอาเงินนั้นไปเป็นของตน ถือเป็นความผิดฐานยักยอก โดยธนาคารเป็นผู้เสียหาย.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นพนักงานพิธีการสินเชื่อของธนาคาร ก. มีหน้าที่รับชำระหนี้แทนธนาคาร ก. เงินที่จำเลยรับไว้เป็นของธนาคาร ก. จำเลยเบียดบังเอาเงินนั้นไปเป็นของตนโดยทุจริตเป็นความผิดฐานยักยอกธนาคาร ก. เป็นผู้เสียหาย การไปรับฝากเงินนอกสถานที่เป็นกิจการของธนาคารที่มอบหมายให้จำเลยกระทำ จำเลยจึงเป็นตัวแทนของธนาคาร ก..

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.800

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๒๗ ถึงวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๒๘ จำเลยซึ่งเป็นพนักกานพิธีการสินเชื่อของธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาพัทลุง ผู้เสียหายได้รับชำระหนี้เงินกู้จากลูกหนี้ของผู้เสียหาย ๓ ครั้ง เป็นเงิน ๑๙,๖๔๐.๑๔ บาท แล้วเบียดบังเอาเงินดังกล่าวเป็นของตนโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒, ๙๑ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๔ ให้จำเลยใช้เงิน ๑๙,๖๔๐.๑๔ บาท แก่ผู้เสียหายและนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีหมายเลขดำที่ ๑๑๓๔/๒๕๒๘, ๑๒๗๕/๒๕๒๘, ๑๒๗๖/๒๕๒๘, ๑๒๗๗/๒๕๒๘ และ๑๒๗๘/๒๕๒๘ ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๒ ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑จำคุกกระทงละ ๑ ปีรวม ๓ กระทง จำคุก ๓ ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน ๑๘,๘๘๔.๐๑ บาท แก่ผู้เสียหายและนับโทษต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๐๙๕/๒๕๒๙, ๑๑๑๐/๒๕๒๙ และ ๑๑๕๑/๒๕๒๙ ของศาลชั้นต้น ทั้งนี้ เมื่อรวมโทษที่นับติดต่อกันทุกสำนวนแล้วให้จำคุกจำเลยไว้เพียง ๑๐ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ วรรคแรก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า ธนาคารกรุงเทพ จำกัด ไม่ใช่ผู้เสียหายนั้นข้อเท็จจริงได้ความตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยเป็นพนักงานพิธีการสินเชื่อของธนาคารกรุงเทพจำกัด สาขาพัทลุง มีหน้าที่รับชำระหนี้แทนธนาคารดังกล่าวจำเลยได้รับชำระหนี้ตามฟ้องในฐานะตัวแทนธนาคารและจำเลยได้ออกหลักฐานเป็นหนังสือแสดงการรับชำระหนี้ตามใบเสร็จรับเงิน เอกสารหมาย จ.๑๓ แต่ยังมิได้ส่งมอบเงินเหล่านั้นต่อธนาคาร จำเลยมีหน้าที่ครอบครองดูแลรักษาเงินนั้น และต้องส่งมอบให้แก่ธนาคาร ดังนั้น เงินที่จำเลยรับไว้จึงเป็นของธนาคารไม่ใช่เป็นของข้าราชการหรือพนักงงานผู้ชำระเงินกู้แต่ละราย เพราะธนาคารดังกล่าวต้องรับผลในการกระทำของจำเลยในอันที่จะไปเรียกเก็บเงินกู้จากผู้กู้ให้ชำระอีกไม่ได้เนื่องจากผู้กู้ทั้งสามรายอาจนำใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานเป็นหนังสือแสดงการรับชำระหนี้มาแสดงว่าได้ชำระหนี้เหล่านั้นแล้ว ธนาคารดังกล่าวจึงเป็นผู้เสียหาย ส่วนข้อที่จำเลยยกขึ้นอ้างในฎีกาว่าธนาคารดังกล่าวให้จำเลยออกไปรับเงินจากผู้ฝากนอกที่ทำการของธนาคารจึงไม่อาจกระทำได้โดยชอบด้วยกฎหมาย นั้น เห็นว่า กิจการของธนาคารมีการรับฝากเงินเป็นประการสำคัญ ดังนั้นการที่จำเลยไปรับเงินจากผู้ฝากนอกสถานที่ก็เป็นกิจการของธนาคารที่มอบหมายให้จำเลยกระทำจำเลยจะอ้างว่าจำเลยไม่มีฐานะเป็นตัวแทนของธนาคารและธนาคารดังกล่าวมิใช่ผู้เสียหายในการที่จำเลยไปรับเงินจากผู้ฝากแล้วไม่เอาเข้าบัญชีธนาคารซึ่งเป็นตัวการหาได้ไม่..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2218/2532 พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง โจทก์ นายเสรี วงศ์รักษา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพัทลุง · จำเลย - นายเสรี วงศ์รักษา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · ถวิล ทองสว่างรัตน์ · อากาศ บำรุงชีพ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 6/2475ฎีกา 8080/2538ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 6911/2544ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 5351/2538ฎีกา 158/2509ฎีกา 3160/2545ฎีกา 2801/2527ฎีกา 1813/2531ฎีกา 10552/2553ฎีกา 2386/2541ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 1227/2509ฎีกา 1448/2520ฎีกา 1361/2527ฎีกา 2027/2536ฎีกา 954/2502ฎีกา 2207/2533ฎีกา 183/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา