คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2341/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น แม้จะเริ่มต้นด้วยเจตนาเพียงทำร้ายร่างกาย แต่หากผลของการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้ถูกทำร้ายถึงแก่ความตาย ผู้ร่วมกระทำความผิดทุกคนย่อมต้องรับผิดฐานร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย เว้นแต่จะมีเจตนาฆ่าโดยเฉพาะเจาะจง
ย่อคำพิพากษา
จำเลยที่ 3 โกรธที่ผู้ตายทวงเงิน 10 บาทที่จำเลยที่ 3 ยืมไป จำเลยที่ 3 จึงชวนจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 4 และพวกมาดัก ทำร้ายผู้ตายกับพวก สาเหตุที่ดัก ทำร้ายเป็นเรื่องเล็กน้อย จำเลยทั้งสี่มิได้พกอาวุธมาด้วย แสดงว่าเจตนาเพียงชกต่อยทำร้ายร่างกายผู้ตายกับพวกเท่านั้น เมื่อชกต่อยจนผู้ตายล้มลงจำเลยที่ 1กระชากไม้รั้วจากข้างทางตี ผู้ตายจนตาย จึงเป็นการกระทำโดย เจตนาฆ่าของจำเลยที่ 1 เพียงผู้เดียวเท่านั้น จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4มิได้มีเจตนาร่วมในการกระทำในส่วนนี้ด้วย คงมีเจตนาเพียงร่วมทำร้ายร่างกายผู้ตายเท่านั้น เมื่อการร่วมทำร้ายเป็นผลให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 มีความผิดฐาน ร่วมทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๓
จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ให้การรับสารภาพ จำเลยที่ ๔ ให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสี่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๓
จำเลยที่ ๔ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ มีความผิดตามประมวลกฎหมหายอาญา มาตรา ๒๙๕, ๘๓
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๓ โกรธที่นายภูมินทร์และผู้ตายทวงเงิน ๑๐ บาท ที่จำเลยที่ ๓ ยืมไป จำเลยที่ ๓ จึงชวนจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๔ และพวกมากันทำร้ายผู้ตายกับพวก สาเหตุที่ดักทำร้ายเป็นเรื่องเล็กน้อย จำเลยทั้งสี่มิได้พกอาวุธมาด้วย แสดงว่าเจตนาเพียงชกต่อยทำร้ายร่างกายผู้ตายกับพวกเท่านั้นเมื่อผู้ตายล้มลงจำเลยที่ ๑กระชากไม้รั้วจากข้างทางมาตีผู้ตายจนตาย จึงเป็นการกระทำโดยเจตนาฆ่าของจำเลยที่ ๑ เพียงผู้เดียวเท่านั้น จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ มิได้มีเจตนาร่วมในการกระทำในส่วนนี้ของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ มีเจตนาเพียงร่วมทำร้ายร่างกายเท่านั้นเมื่อการร่วมทำร้ายเป็นผลให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ จึงมีความผิดฐานร่วมทำรัายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๐ วรรคแรก, ๘๓ นอกจากที่แก้ให้ไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2341/2532
พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์
นายสมชาติหรือเล็ก เขียวเล็ก กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ · จำเลย - นายสมชาติหรือเล็ก เขียวเล็ก กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · สุนทร จันทรศักดิ์ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายจตุรงค์ นาสมใจ · ศาลอุทธรณ์ - นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา