คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2615/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยปลูกสร้างอาคารรุกล้ำที่ดินโจทก์โดยสุจริต โจทก์จะบังคับให้รื้อถอนอาคารที่รุกล้ำไม่ได้ และหากไม่มีประเด็นเรื่องค่าใช้ที่ดินและภารจำยอม ศาลจะวินิจฉัยให้จดทะเบียนภารจำยอมและชำระค่าใช้ที่ดินไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
ในคดีที่โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนอาคารส่วนที่รุกล้ำที่ดินโจทก์และให้ชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การต่อสู้ว่าจำเลยปลูกสร้างอาคารในที่ดินของจำเลยเอง หากรุกล้ำที่ดินของโจทก์ก็เป็นการปลูกสร้างโดยสุจริต และต่อสู้ในเรื่องค่าเสียหาย เมื่อคดีฟังได้ว่าจำเลยปลูกสร้างอาคารรุกล้ำที่ดินโจทก์โดยสุจริต โจทก์ย่อมไม่อาจบังคับจำเลยให้รื้อถอนอาคารที่รุกล้ำที่ดินโจทก์ได้และเนื่องจากคดีไม่มีประเด็นในเรื่องจำนวนเงินค่าใช้ที่ดิน และเรื่องการจดทะเบียนสิทธิเป็นภารจำยอมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๑๒ ศาลจึงไม่อาจพิจารณาพิพากษาให้โจทก์ไปจดทะเบียนสิทธิเป็นภารจำยอมเฉพาะที่ดินส่วนที่อาคารของจำเลยรุกล้ำเข้าไปในที่ดินโจทก์ และให้จำเลยชำระค่าใช้ที่ดินให้แก่โจทก์ได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนรั้วและอาคารของจำเลยออกไปจากที่ดินโจทก์ หากพ้นวิสัยที่จะปฏิบัติได้ขอให้จำเลยชดใช้ค่าที่ดินและค่าเสียหาย
จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้ปลูกสร้างอาคารรุกล้ำที่ดินโจทก์หากรุกล้ำก็เป็นการปลูกสร้างโดยสุจริต ค่าที่ดินไม่เกินตารางวาละ๕,๐๐๐ บาท และค่าเสียหายไม่เกินเดือนละ ๑๐๐ บาท
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยสร้างอาคารรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์โดยสุจริต โจทก์ไม่อาจบังคับให้จำเลยรื้อถอนอาคารที่รุกล้ำที่ดินโจทก์ได้ ส่วนเรื่องจำนวนเงินค่าใช้ที่ดิน และการจดทะเบียนสิทธิเป็นภารจำยอมในที่ดินส่วนที่จำเลยปลูกสร้างอาคารรุกล้ำนั้น เนื่องจากคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนอาคารส่วนที่รุกล้ำที่ดินโจทก์ และให้ชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยปลูกสร้างอาคารในที่ดินของจำเลยเอง หากรุกล้ำที่ดินของโจทก์ก็เป็นการปลูกสร้างโดยสุจริตและต่อสู้ในเรื่องค่าเสียหาย เช่นนี้คดีย่อมไม่มีประเด็นในเรื่องจำนวนเงินค่าใช้ที่ดิน และเรื่องการจดทะเบียนสิทธิเป็นภารจำยอมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๑๒ ที่จะให้ศาลวินิจฉัยต่อไปได้ ในชั้นนี้ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน
พิพากษายืน แต่ไม่ตัดสิทธิคู่ความที่จะไปว่ากล่าวกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๑๒.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2615/2532
นาง ร าณี ปัญจ์สวัสดิ์.
นาย สุทธิ ชัย บุญเผ่า.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | าณี ปัญจ์สวัสดิ์. - นาง ร · ชัย บุญเผ่า. - นาย สุทธิ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประมาณ ชันซื่อ · มาโนช เพียรสนอง · เจริญ นิลเอสงฆ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา