⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2674/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2674/2532

ป.อาญา ม.339 · ป.วิ.อาญา ม.195, 225

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ที่ยังไม่ขาดตอน หากผู้กระทำผิดใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม ถือเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

จำเลยลักทรัพย์สำเร็จแล้ว ขณะหลบหนี ญ. ผู้ดูแลรักษาทรัพย์นั้นได้วิ่งไล่จับจำเลย จำเลยสะบัดหลุดแล้วใช้มีดแทง ญ. ถือได้ว่าเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกันยังไม่ขาดตอนจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ จำเลยใช้มีดแทง ญ. อันเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้พ้นจากการจับกุม การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.339

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.339 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙,๓๗๑, ๙๑, ๘๓ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๔ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๑๓ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๔ และริบมีดปลายแหลม ๑ เล่ม ค้อน ๑ ด้าม ส่วนป้ายโฆษณาหาเสียง ๔ แผ่นคืนผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๙ วรรคสองและวรรคสาม, ๓๗๑ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๔ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๑๓ ให้เรียงกระทงลงโทษข้อหาความผิดฐานชิงทรัพย์ให้ลงโทษตาม มาตรา ๓๓๙ วรรคสาม จำคุก ๑๐ ปี ฐานพาอาวุธตามมาตรา ๓๗๑ ปรับ ๘๐ บาท รวมเป็นโทษจำคุก ๑๐ ปี ปรับ ๘๐ บาท ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาของศาล ขณะกระทำความผิดจำเลยเป็นนักศึกษาเพิ่งกระทำความผิดเป็นครั้งแรก ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก๕ ปั ปรับ ๔๐ บาท ค้อนและมีดของกลางให้ริบ ป้ายโฆษณาหาเสียง ๔ แผ่นคืนผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาโดยศาลชั้นต้นสั่งรับเฉพาะฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยถึงการกระทำความผิดของจำเลยว่า การที่จำเลยกับพวกรื้อป้ายโฆษณาหาเสียงจำนวน ๔ ป้าย จากที่ติดตั้งและนำไปกองรวมกันห่างจากจุดที่รื้อประมาณ ๑๐ เมตถือว่าการลักทรัพย์เป็นผลสำเร็จแล้ว และการที่จำเลยใช้มีดแทงนายใหญ่ที่วิ่งไล่จับจำเลย ขณะที่จำเลยหลบหนี หลังจากที่จำเลยสะบัดหลุดจากการจับเมื่อนายใหญ่พบเห็นการกระทำผิดที่จำเลยลักทรัพย์แล้ว ถือว่าเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกัน ทั้งนี้เพื่อให้พ้นจากการจับกุม การกระทำของจำเลยจึงเข้าเกณฑ์ความผิดฐานชิงทรัพย์ซึ่งตามคำวินิจฉัยดังกล่าวหมายความว่าการที่จำเลยลักทรัพย์สำเร็จแล้วหลบหนีและในขณะที่นายใหญ่วิ่งไล่จับจำเลยต่อเนื่องกันจำเลยก็ใช้มีดแทงนายใหญ่อันเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ซึ่งเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์นั่นเอง ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า "ถือว่าเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกัน" นั้น หมายความเพียงว่าการที่จำเลยใช้กำลังประทุษร้ายนายใหญ่เป็นเวลาติดต่อกันและยังไม่ขาดตอนจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ศาลฎีกาเห็นว่าคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2674/2532 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายบัวลา ไทรคำ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายบัวลา ไทรคำ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · สุพจน์ นาถะพินธุ · ศิลปชัย มัทธุรศ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญาธนบุรี - นายประสาร ปทุม+ · ศาลอุทธรณ์ - นายปราโมทย์ บุนนาค
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 213/2554ฎีกา 917/2564ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 3800/2564ฎีกา 7201/2568ฎีกา 778/2519ฎีกา 831/2532ฎีกา 11/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา