⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3153/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3153/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกล่าวถ้อยคำดูหมิ่นเสียดสีศาลในคำฟ้องหรือคำคู่ความที่ยื่นต่อศาล ถือเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล เป็นการละเมิดอำนาจศาลตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์อุทธรณ์มีข้อความว่า ศาลกระทำการอันไม่เป็นธรรมเข้าข้างฝ่ายจำเลยทั้ง ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องมีข้อความเช่นนี้ในอุทธรณ์แสดงว่าโจทก์กล่าวไว้โดยเจตนาดูหมิ่นเสียดสีศาล เมื่อเอามายื่นต่อศาลถือได้ว่าประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล เป็นการกระทำละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31 (1) แล้ว ศาลย่อมมีอำนาจสั่งลงโทษได้ทันที โดยไม่จำต้องออกข้อกำหนดตามมาตรา 30 ก่อน ดังเช่นเรื่องการรักษาความเรียบร้อยในบริเวณศาลและศาลไม่จำต้องสั่งให้โจทก์แก้ไขอุทธรณ์นั้นก่อนตามมาตรา 18 แม้ศาลจะมีคำสั่งให้โจทก์แก้ไขและโจทก์ทำอุทธรณ์ฉบับใหม่มายื่นต่อศาลแล้ว ก็เป็นเพียงแสดงว่าโจทก์รู้สึกผิดและพยายามบรรเทาผลร้ายหาใช่การกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลยังมิได้เกิดขึ้นไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.18 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.30 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.31 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ศาลชั้นต้นสั่งว่าอุทธรณ์โจทก์มีข้อความเสียดสีดูหมิ่นศาล เป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล เป็นการละเมิดอำนาจศาลให้จำคุกโจทก์ ๑ เดือน โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุก ๑ เดือนและปรับ ๕๐๐ บาท รอการลงโทษไว้ ๒ ปี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำที่เป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๓๑ (๑) นั้น ได้แก่การขัดขืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของศาลตามมาตรา ๓๐ อันว่าด้วยการรักษาความเรียบร้อยประการหนึ่ง กับการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลอีกประการหนึ่ง เฉพาะการรักษาความเรียบร้อยในบริเวณศาลเท่านั้นที่ศาลจะต้องออกข้อกำหนดตามมาตรา ๓๐ ส่วนการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลหาได้บัญญัติให้ศาลจำต้องออกข้อกำหนดแต่อย่างใดไม่ เมื่อผู้ถูกกล่าวหาประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลศาลย่อมมีอำนาจสั่งลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาลได้ทันที เกี่ยวกับคดีนี้ถ้าอุทธรณ์ของโจทก์ซึ่งโจทก์นำมายื่นต่อศาลมีข้อความเป็นการดูหมิ่นเสียดสีศาลอันถือได้ว่าประพฤติตนไม่เรียบร้อยอย่างหนึ่งในบริเวณศาล ศาลย่อมมีอำนาจสั่งลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาลได้ทันทีโดยมิพักต้องสั่งให้แก้ไขเสียก่อน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๘ ดังที่โจทก์กล่าวอ้างแม้ภายหลังศาลได้มีคำสั่งให้โจทก์แก้ไข มิฉะนั้นจะไม่รับอุทธรณ์โจทก์จึงทำอุทธรณ์ฉบับใหม่มายื่นต่อศาล ก็เพียงแสดงว่าโจทก์รู้สึกความผิดและพยายามบรรเทาผลร้าย หาใช่การกระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลยังไม่เกิดขึ้นไม่ ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า ข้อความในฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ไม่เป็นการดูหมิ่นเสียดสีศาลนั้น ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ข้อความในฟ้องอุทธรณ์ที่กล่าวว่า "...การที่โจทก์เคยฟ้องจำเลยมาหลายครั้งศาลก็ไม่มีอำนาจอิสระตามรัฐธรรมนูญต้องหอบสำนวนไปปรึกษาจำเลยซึ่งไม่ถูกต้อง ฯลฯ" นั้น เป็นการกล่าวหาว่าศาลกระทำการไม่เป็นธรรมเข้าข้างฝ่ายจำเลย การที่โจทก์ยกมากล่าวไว้ในอุทธรณ์โดยไม่จำเป็นจึงเป็นการแสดงว่าโจทก์กล่าวไว้โดยเจตนาดูหมิ่นเสียดสีศาล เมื่อเอามายื่นต่อศาลจึงเป็นการกระทำละเมิดอำนาจศาลตามมาตรา ๓๑ (๑) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3153/2532 นายประกิต สุขเกษม โจทก์ นายสะอาด ปิยะวรรณ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประกิต สุขเกษม · จำเลย - นายสะอาด ปิยะวรรณ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประชา บุญวนิช · เธียร ยูงทอง · นิเวศน์ คำผอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายสุเทพ เจตนาการณ์กุล · ศาลอุทธรณ์ - นายอัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2530/2527ฎีกา 5640/2540ฎีกา 2916/2522ฎีกา 2015/2521ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1715/2545ฎีกา 185/2566ฎีกา 729/2483ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 227/2507ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 3380/2531ฎีกา 801/2515ฎีกา 119/2532ฎีกา 7231/2538ฎีกา 601/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 2680/2531ฎีกา 7891/2544ฎีกา 3295/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา