⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3199/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3199/2532

ป.รัษฎากร ม.78

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สินค้าที่ยังไม่ผ่านกรรมวิธีตีเกลียวให้เป็นเส้นด้าย ไม่ถือเป็นด้ายทุกชนิดสำหรับใช้ในการทอผ้าตามกฎหมายภาษีการค้า การที่เจ้าหน้าที่รัฐไม่คืนเงินค่าภาษีที่ผู้เสียภาษีไม่มีหน้าที่ต้องเสีย ถือเป็นการโต้แย้งสิทธิของผู้เสียภาษี ผู้เสียภาษีจึงมีอำนาจฟ้อง

ย่อคำพิพากษา

สินค้าพิพาทเป็นเส้นใยสังเคราะห์ ที่เรียกว่า พี.โอ.วาย.ซึ่งเป็นเส้นใยที่ไม่มีความยืดหยุ่น ยังใช้ทอผ้าไม่ได้ หากจะนำไปใช้ทอผ้าต้องนำไปผ่านกรรมวิธีตีเกลียว ให้เป็นเส้นด้ายอีกชั้นหนึ่งก่อน สินค้าดังกล่าวจึงมิใช่ด้ายทุกชนิดสำหรับใช้ในการทอผ้าตามบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นภาษีการค้า (ฉบับที่ 54) พ.ศ. 2517 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราภาษีการค้า (ฉบับที่ 58) พ.ศ. 2518 มาตรา 4 ในบัญชีที่ 2 หมวด 2 (9) โจทก์จึงได้รับยกเว้นภาษีการค้าสำหรับการขายสินค้าดังกล่าวตามมาตรา 5(8) แห่งพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 54) พ.ศ. 2517 การขอคืนเงินค่าภาษีไม่มีกฎหมายบังคับให้โจทก์ยื่นคำร้องพร้อมกับเอกสารประกอบคำร้องว่าคำร้องเป็นความจริง ดังนั้น การที่จำเลยไม่คืนเงินค่าภาษีที่โจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีย่อมเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลรัษฎากร ม.78 พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นภาษีการค้า (ฉบับที่ 54) พ.ศ.2517 ม.5

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เจ้าหน้าที่ของจำเลยได้เก็บภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลจากสินค้าของโจทก์ ๒ ชนิด คือ ชนิดเส้นใยยาวที่มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า พรี โอเรียนเต็ด ยาร์น หรือ พี.โอ.วายและชนิดด้ายยืดหยุ่น มีชื่อในภาษาอังกฤษว่า ฟูลลี่ โอเรียนเต็ดยาร์น หรือ เอฟ.โอ.วาย สำหรับเส้นใยยาวนี้เส้นใยยังมีการยืดหดตัวมาย้อมสีไม่ได้มีความเหนียวไม่พอ นำไปใช้ทอผ้าไม่ได้ หากจะนำไปใช้ทอผ้าต้องนำไปทำกรรมวิธีอีกขั้นหนึ่งโดยยืดให้เต็มที่ ตีเกลียวและอบให้เกลียวคงทนเป็นเส้นด้าย จึงจะเป็นเส้นด้ายยืดหยุ่นหรือเอฟ.โอ.วาย และนำไปทอผ้าได้ โจทก์จึงไม่ต้องเสียภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลสำหรับเส้นใยยาวเพราะมิใช่เส้นด้ายสำหรับใช้ทอผ้าตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นภาษีการค้า (ฉบับที่ ๕๔) พ.ศ. ๒๕๑๗ บัญชีที่ ๒ หมวด ๒ (๙) แต่เป็นสินค้าตามประเภทการค้า ๑ ชนิด ๑ (ก) ของบัญชีอัตราภาษีการค้าท้ายหมวด ๔ ในลักษณะ ๒ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งผลิตในราชอาณาจักรและมิได้ระบุในบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวจึงเป็นสินค้าที่ไม่ต้องเสียภาษีการค้าตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมาตรา ๕ (๘) โจทก์เสียภาษีตั้งแต่ ปี พ.ศ. ๒๕๑๙ ถึง พ.ศ. ๒๕๒๘ เป็นเงิน ๕๒,๕๓๐,๙๓๔.๑๓ บาท ซึ่งจำเลยไม่มีสิทธิเรียกเก็บ โจทก์ขอคืนภาษีดังกล่าวจากจำเลย แต่จำเลยเพิกเฉยจึงตกเป็นผู้ผิดนัดต้องเสียดอกเบี้ยแก่โจทก์ ขอให้ชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า สินค้าของโจทก์เป็นด้วยสำหรับใช้ทอผ้ากล่าวคือเป็นด้ายที่มีโครงสร้างเป็นเส้นเรียบตามปกติ ยังมิได้มีการนำไปปรับปรุงโครงสร้างให้มีความหงิกงอ ด้ายดังกล่าวเป็นด้ายชนิด เอฟ.โอ.วาย ซึ่งเป็นด้ายที่ใช้ทอผ้าได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นด้ายชนิด พี.โอ.วาย หรือ เอฟ.โอ.วาย ก็เป็นเส้นด้ายสำหรับใช้ทอผ้าซึ่งโจทก์ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว คดีขาดอายุความ การที่โจทก์ขอคืนภาษีนั้น จำเลยยังมิได้โต้แย้งสิทธิโจทก์แต่อย่างใด เพราะโจทก์มิได้ยื่นแบบแสดงรายการหรือคำร้องขอคืนเงินภาษีแต่อย่างใดขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกล่าวพิพากษาให้จำเลยคืนเงิน ๔๙,๑๘๘,๑๐๙.๕๒ บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า สินค้าพิพาทเป็นเส้นใยสังเคราะห์ที่เรียกว่า พี.โอ.วาย เป็นเส้นใยที่ไม่มีความยืดหยุ่น นำไปทอผ้าไม่ได้ หากจะนำไปใช้ทอผ้าต้องผ่านกรรมวิธีตีเกลียวให้เป็นเส้นด้ายอีกชั้นหนึ่ง แล้ววินิจฉัยว่า เมื่อสินค้าของโจทก์เป็นเส้นใยสังเคราะห์ที่เรียกว่า พี.โอ.วาย ใช้ทอผ้าไม่ได้ จึงมิใช่ด้ายทุกชนิดสำหรับใช้ในการทอผ้า ตามบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราและยกเว้นภาษีการค้า (ฉบับที่ ๕๔) พ.ศ. ๒๕๑๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราภาษีการค้า (ฉบับที่ ๕๘) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๔ ในบัญชีที่ ๒ หมวด ๒ (๙) โจทก์จึงได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีการค้าตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ ๕๔) พ.ศ. ๒๕๑๗ มาตรา ๕ (๘) ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์ไม่ได้ยื่นคำร้องขอคืนเงินค่าภาษีตามระเบียบกรมสรรพากร กล่าวคือ มิได้ยื่นคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องว่า คำร้องเป็นความจริง จำเลยจึงไม่มีโอกาสพิจารณาคำร้องของโจทก์ ถือไม่ได้ว่าจำเลยโต้แย้งสิทธิโจทก์นั้น เห็นว่า ไม่มีกฎหมายข้อบังคับให้โจทก์ยื่นคำร้องและเอกสารประกอบคำร้องว่าเป็นความจริงดังที่จำเลยอุทธรณ์ และการที่จำเลยไม่คืนเงินภาษีที่โจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษี ย่อมเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์แล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3199/2532 บริษัทไทยแมล่อนโปลีเอสเตอร์ จำกัด โจทก์ กรมสรรพากร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทไทยแมล่อนโปลีเอสเตอร์ จำกัด · จำเลย - กรมสรรพากร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลภาษีอากรกลาง - นายสถิตย์ สิทธิลักษณ์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497ฎีกา 689/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา