⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3289/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3289/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้รับตราส่งได้รับชดใช้ค่าเสียหายจากผู้ขนส่งครบถ้วนตามข้อจำกัดความรับผิดแล้ว ผู้รับประกันภัยย่อมไม่มีสิทธิรับช่วงสิทธิของผู้รับตราส่งมาฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ขนส่งอีกต่อไป

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยในการขนส่งสินค้าที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด ธ. ผู้รับตราส่งสั่งซื้อจากประเทศสิงค์โปร มายังท่าของการท่าเรือแห่งประเทศไทย จำเลยที่ 1 เป็นตัวแทนของบริษัทผู้ขายในการขนส่งสินค้าดังกล่าว และได้ว่าจ้างจำเลยที่ 2 ให้ขนถ่ายสินค้านั้นลงจากเรือไปโรงพักสินค้าของการท่าเรือแห่งประเทศไทย เมื่อปรากฏว่าสินค้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด ธ. ผู้รับตราส่งที่ส่งมาทางทะเลนั้นสูญหาย และฝ่ายจำเลยทั้งสองซึ่งต้องรับผิดในการสูญหายของสินค้าดังกล่าวได้ชดใช้ค่าเสียหายให้ตามข้อจำกัดความรับผิดของผู้ขนส่งที่ระบุไว้ในใบตราส่งครบถ้วนตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างห้างหุ้นส่วนจำกัด ธ. และจำเลยทั้งสองแล้ว เช่นนี้จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องเหลืออยู่ให้โจทก์ผู้รับประกันภัยรับช่วงมาฟ้องเรียกร้องเอาแก่จำเลยทั้งสองอีก ถึงแม้โจทก์จะได้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ห้างหุ้นส่วนจำกัด ธ. ตามพันธะ ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยนอกจากที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด ธ. ได้รับจากจำเลยตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้วก็ตาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.226 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.227 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.880 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.883

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์รับประกันภัยในการขนส่งสินค้าตะไบและค้อนทางทะเลจากห้างหุ้นส่วนจำกัดธีรวัฒน์แมชชินเนอรี่ สินค้าดังกล่าวส่งมาด้วยเรือโฮออนซึ่งจำเลยที่ ๑ เป็นตัวแทนเจ้าของเรือและเป็นผู้รับขนสินค้าดังกล่าวด้วย จำเลยที่ ๑ ได้ว่าจ้างจำเลยที่ ๒ ให้ขนถ่ายสินค้าจากเรือโฮออนสู่ท่าของการท่าเรือแห่งประเทศไทจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ขนส่งทอดสุดท้าย เมื่อเรือโฮออนเทียบท่าและห้างหุ้นส่วนจำกัดธีรวัฒน์แมชชินเนอรี่มารับสินค้า ปรากฏว่าสินค้าสูญหายคิดเป็นเงินไทย ๔๓๕,๒๑๐.๕๗๕ บาท กับค่าภาษีอีก ๙๙,๑๑๓.๘๘ บาทจำเลยที่ ๑ ชดใช้ค่าเสียหายให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดธีรวัฒน์แมชชีนเนอรี่แล้ว ๓๑,๖๕๐ บาท และโจทก์ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดธีรวัฒน์แมชชีนเนอรี่เป็นเงิน ๕๐๒,๖๘๒.๒๖ บาท ขอให้พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินที่โจทก์ใช้ไปพร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๒๕ จึงเป็นวันที่โจทก์ใช้เงินไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ มิได้เป็นผู้ขนส่งสินค้าพิพาก่อนห้างหุ้นส่วนจำกัดธีรวัฒน์แมชชินเนอรี่จะโอนสิทธิเรียกร้องให้โจทก์หรือก่อนโจทก์จะได้รับช่วงสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายห้างหุ้นส่วนธีรวัฒน์แมชชินเนอรี่ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความและรับค่าเสียหายไปจากจำเลยที่ ๑ แล้วเป็นผลให้สิทธิเรียกร้องระงับ สิทธิการฟ้องคดีของโจทก์จึงระงับไปด้วย โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่าเป็นเรื่องห้างหุ้นส่วนจำกัดธีรวัฒน์แมชชีนเนอรี่ผู้มีสิทธิเรียกร้องฝ่ายหนึ่งกับจำเลยทั้งสองซึ่งต้องรับผิดในการที่สินค้าตามฟ้องบางส่วนสูญหายฝ่ายหนึ่งตกลงระงับข้อพิพาทที่มีอยู่ให้เสร็จไปด้วย ต่างยอมผ่อนผันให้แก่กันโดยฝ่ายแรกยอมลดค่าเสียหายที่เรียกร้องไว้ ๑๗,๑๖๕ เหรียญสหรัฐลงเหลือ ๘๐๐ ปอนด์สเตอร์ลิง โดยไม่ติดใจเรียกร้องค่าเสียหายนอกเหนือจากนี้อีก ฝ่ายหลังยอมใช้ค่าเสียหายให้ฝ่ายแรกเป็นเงิน ๓๑,๖๕๐ บาท ซึ่งเท่ากับ ๘๐๐ ปอนด์สเตอร์ลิง ตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราในขณะนั้น ดังนี้ ถือได้ว่าทั้งสองฝ่ายได้ทำสัญญาประนีประนอยอมความกันในเรื่องค่าเสียหายในการที่สินค้าตามฟ้องสูญหายบางส่วนและห้างหุ้นส่วนจำกัดธีรวัฒน์แมชชินเนอรี่เชิดนายวสันต์ชิปปิ้งของห้างออกแสดงเป็นตัวแทนของห้างในการทำสัญญาประนีประนอมยอมความมีผลทำให้การเรียกร้องค่าเสียหายของห้างหุ้นส่วนจำกัดธีรวัฒน์แมชชินเนอรี่ ในส่วนที่เกินกว่า ๘๐๐ ปอนด์สเตอร์ลิงระงับสิ้นไปคงได้แต่สิทธิที่แสดงในสัญญาประนีประนอมยอมความเท่านั้น เมื่อฝ่ายจำเลยได้ใช้ค่าเสียหายให้ห้างดังกล่าวครบถ้วนตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องเหลืออยู่ให้โจทก์ผู้รับประกันภัยในการขนส่งสินค้าตามฟ้องทางทะเลจะรับช่วงมาฟ้องเรียกร้องเอาแก่จำเลยทั้งสองอีกที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้นชอบแล้วฎีกาข้อนี้ฟังไม่ขึ้น เมื่อจะต้องพิพากษายกฟ้องโจทก์เพราะเหตุเช่นว่านี้แล้ว ศาลฎีกาจึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ข้ออื่นอีก พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3289/2532 บริษัทเทเวศประกันภัย จำกัด โจทก์ บริษัทไทยสิงค์ชิปปิ้งเซอร์วิล จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเทเวศประกันภัย จำกัด · จำเลย - บริษัทไทยสิงค์ชิปปิ้งเซอร์วิล จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุญส่ง คล้ายแก้ว · ประชา บุญวนิช · นิเวศน์ คำผอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายจรัญ หัตถกรรม · ศาลอุทธรณ์ - นายสง่า ผลฉาย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1913/2520ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3191/2547ฎีกา 3208/2528ฎีกา 793/2546ฎีกา 2501/2526ฎีกา 2335/2551ฎีกา 1000/2505ฎีกา 5283/2540ฎีกา 4800/2534ฎีกา 8182/2540ฎีกา 6232/2534ฎีกา 463/2503ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 727/2567ฎีกา 6164/2533ฎีกา 5811/2533ฎีกา 1882/2518ฎีกา 1733/2492ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534ฎีกา 1660/2518ฎีกา 8207/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา