คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3327/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลถูกหลอกลวงให้เข้าร่วมเล่นการพนัน โดยผู้กระทำเป็นผู้สร้างสถานการณ์การพนันขึ้นมาเพื่อเอาเงิน ถือว่าบุคคลนั้นเป็นผู้เสียหายจากการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องโจทก์บรรยายว่า จำเลยกับพวกร่วมกันหลอกลวง พ. ให้ร่วมเล่นการพนันเพื่อกันมิให้ ส. ต้องเสียเงิน พ. ถูกหลอกลวงจึงร่วมเล่นการพนันด้วย ดังนั้นการพนันจึงเป็น เหตุการณ์ อันหนึ่งที่จำเลยกับพวกสร้างขึ้นมาเพื่อเอาเงินของ พ. โดยวิธีการอันแนบเนียน พ. ไม่ได้เป็นผู้สร้างเรื่องให้มีการเล่นการพนัน ไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง พ. จึงเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑, ๘๓ กับให้จำเลยทั้งสองคืนเงินที่ฉ้อโกงไปเป็นเงิน๕๕๐,๐๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๘๓ ให้ลงโทษจำคุก ๒ ปี กับให้จำเลยที่ ๑ คืนเงินจำนวน ๕๕๐,๐๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒
โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ด้วย โดยอธิบดีกรมอัยการลงลายมือชื่อในท้ายอุทธรณ์ว่ามีเหตุอันควรที่ศาลอุทธรณ์จะได้วินิจฉัยและรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้
จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ โดยอธิบดีกรมอัยการลงลายมือชื่ในท้ายฎีกาว่ามีเหตุอันควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริงและรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้
จำเลยที่ ๑ ฎีกาขอให้ยกฟ้องโจทก์
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าผู้เสียหายในคดีนี้มิได้เป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒ (๔) นั้น ตามฟ้องของโจทก์บรรยายว่า จำเลยที่ ๑ กับพวกร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายให้ร่วมเล่นการพนันเพื่อกันไม่ให้นายเสี่ยต้องเสียเงิน ผู้เสียหายถูกหลอกลวงจึงร่วมเล่นการพนัน การพนันเป็นเหตุการณ์อันหนึ่งที่จำเลยที่ ๑ กับพวกสร้างขึ้นมาเพื่อเอาเงินของผู้เสียหายโดยวิธีการอันแนบเนียน ผู้เสียหายไม่ได้เป็นผู้สร้างเรื่องให้มีการเล่นการพนัน ไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง จึงยังคงเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย ฎีกาที่จำเลยที่ ๑ อ้างมาไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในคดีนี้ ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑มาชอบแล้ว
ปัญหาต่อไปเป็นฎีกาของโจทก์ที่ขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ว่าได้ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ ๑ นั้น ข้อเท็จจริงตามคำเบิกความของผู้เสียหายได้ความเพียงว่า จำเลยที่ ๒ ได้ไปด้วยกับจำเลยที่ ๑ไม่มีพฤติการณ์ใดแสดงว่าจำเลยที่ ๒ ได้ร่วมรู้เห็นกับจำเลยที่ ๑ที่โจทก์ฎีกาว่า พฤติการณ์ของจำเลยที่ ๒ เห็นได้ชัดว่าร่วมกับจำเลยที่ ๑ กับพวกฉ้อโกงผู้เสียหายนั้น ก็ไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุนฎีกาโจทก์แต่ประการใด ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยคดีชอบแล้ว ฎีกาโจทก์และจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3327/2532
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นางทิวา บุญเรือง กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นางทิวา บุญเรือง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ประมาณ ชันซื่อ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายประทีป เฉลิมภัทรกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายนำชัย สุนทรพินิจกิจ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา