⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3374/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3374/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าของบัญชีเป็นผู้จัดหรือรู้เห็นในการปลอมเช็คของตนเอง แล้วนำเช็คนั้นไปเบิกเงิน ถือเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกให้ธนาคารรับผิดใช้เงินตามเช็คนั้น

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีกระแสรายวันเป็นผู้จัดหรือรู้เห็นในการจัดให้มีการทำปลอมเช็คพิพาท โดยใช้วิธีการลอกทาบแบบลายมือชื่อโจทก์ แล้วให้ผู้อื่นนำเช็คพิพาทมาเบิกเงินในบัญชีกระแสรายวันของโจทก์จากธนาคารจำเลยนั้น ถือได้ว่าโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตในการนำเช็คพิพาทปลอมมาเรียกร้องให้จำเลยรับผิดใช้เงินตามเช็คโดยอ้างว่าลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายเป็นลายมือชื่อปลอม โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.991 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1008

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้จ่ายเงินตามเช็คที่มีผู้ปลอมลายมือชื่อโจทก์จำนวน ๔ ฉบับ เป็นเงิน ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท จากบัญชีเงินฝากกระแสรายวันของโจทก์ อันเป็นการประมาทเลินเล่อทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน ๑,๓๑๐,๕๙๘ บาทแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า เช็คทั้ง ๔ ฉบับดังกล่าวเป็นเช็คที่โจทก์เป็นตัวการทำขึ้นเองหรือเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดหรือเป็นผู้สนับสนุนหรือเป็นผู้วางแผนการจัดทำให้มีขึ้น ตลอดจนมีการจัดให้นำมาเบิกเงินจากจำเลย จำเลยได้จ่ายเงินให้ผู้ที่นำเช็คมาขึ้นเงินไปโดยมิได้ประมาทเลินเล่อ จึงมีสิทธิที่จะตัดทอนเงินจำนวนที่ใช้ไปตามเช็คจำนวนทั้งสิ้น ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท จากบัญชีของโจทก์ โจทก์เป็นผู้กระทำการโดยไม่สุจริต โจทก์มิใช่ผู้เสียหายที่จะมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนเงินจำนวน ๑,๑๔๕,๘๕๓.๕๘ บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๒๖ จนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์มากับชายที่นำเช็คปลอมมาเบิกเงินที่ธนาคารด้วยเพื่อควบคุมผู้ที่นำเช็คปลอมมาถอนเงินนั้นและวินิจฉัยว่า ตามพฤติการณ์ที่โจทก์ใช้วิธีนำเงินเข้าบัญชีโดยผ่านธนาคารสาขาอื่น น่าเชื่อว่าโจทก์กระทำเพื่อมิให้เป็นที่ผิดสังเกตของพนักงานธนาคารจำเลย สาขาถนนประดิพัทธ์ ที่โจทก์มีบัญชีอยู่ เพราะเป็นการนำเงินเข้าและถอนออกในลักษณะหมุนเวียนในเวลาใกล้เคียงกันอันผิดปกติและเป็นพิรุธ พยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบมีน้ำหนัก น่าเชื่อว่าโจทก์เป็นผู้จัดหรือรู้เห็นในการจัดให้มีการทำปลอมเช็คพิพาททั้ง ๔ ฉบับ โดยใช้วิธีการลอกทาบแบบลายมือชื่อโจทก์แล้วให้ผู้อื่นนำเช็คพิพาทมาเบิกเงินจากธนาคารจำเลย สาขาถนนประดิพัทธ์ กรณีจึงถือได้ว่าโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริตในการนำเช็คพิพาทปลอม ๔ ฉบับมาเรียกร้องให้จำเลยรับผิดใช้เงินตามเช็คโดยอ้างว่าลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายเป็นลายมือชื่อปลอม โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3374/2532 นายสุวัฒน์ อาชาสรรพวัฒน์ โจทก์ บริษัทธนาคารกรุงเทพ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุวัฒน์ อาชาสรรพวัฒน์ · จำเลย - บริษัทธนาคารกรุงเทพ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถาวร ตันตราภรณ์ · สหัส สิงหวิริยะ · มงคล เปาอินทร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอุดม เฟื่องฟุ้ง · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง วรรณกลาง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 4513/2533ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา