⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3677/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3677/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยึดถือครอบครองที่ดินโดยผู้หนึ่งแทนอีกผู้หนึ่ง ผู้ที่ให้ยึดถือแทนย่อมมีสิทธิในที่ดินดีกว่าผู้ยึดถือแทน และมีอำนาจฟ้องคดี. ปัญหาว่าผู้ใดมีอำนาจฟ้องหรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ซึ่งศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้แม้คู่ความมิได้ฎีกา.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บุกรุกเข้าครอบครองที่ดินพิพาทในเขตป่าสงวนแห่งชาติแล้วจ้าง จำเลยที่ 1 ปลูกข้าวโพด มีจำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นบริวารช่วยเหลือจำเลยที่ 1 การยึดถือที่ดินพิพาทของจำเลยที่ 1 จึงเป็นการยึดถือแทนโจทก์ โจทก์ย่อมเป็นผู้ครอบครองมีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าจำเลย โจทก์มีอำนาจฟ้อง ปัญหาอำนาจฟ้อง เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้คู่ความไม่ฎีกา ศาลฎีกาเห็นสมควรยกขึ้นวินิจฉัยได้. (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 7/2532)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1368 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1381

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างทำไร่ในที่ดินพิพาทในเขตป่าสงวนแห่งชาติของโจทก์ มีจำเลยที่ + ที่ ๓ เป็นผู้ช่วยเหลือ จำเลยทั้งสามได้ไปยื่นคำร้องขอสิทธิทำกินในที่ดินดังกล่าวต่อทางราชการเป็นการละเมิดโจทก์ ขอให้จำเลยถอนคำร้องดังกล่าวและห้ามเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทอีกต่อไป จำเลยทั้งสามให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่เคยเป็นลูกจ้างโจทก์จำเลยที่ ๑ รับโอนที่ดินพิพาทมาจากผู้อื่น การที่จำเลยไปขอสิทธิทำกินในที่ดินพิพาทจึงกระทำได้โดยชอบ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยถอนคำร้องขอสิทธิทำกินที่ยื่นไว้ต่อเจ้าพนักงานโครงการช่วยเหลือราษฎรให้มีสิทธิทำกินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ และให้จำเลยกับบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท จำเลยทั้งสามอุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสามฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์ทั้งสามบุกรุกเข้าครอบครองที่ดินพิพาทในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ได้จ้างจำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างปลูกข้าวโพด มีจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ เป็นบริวารช่วยเหลือ แล้ววินิจฉัยว่า การยึดถือที่ดินพิพาทของจำเลยที่ ๑ เป็นการยึดถือแทนโจทก์ทั้งสาม จำเลยทั้งสามหาใช่ผู้ครอบครองทำกินในที่ดินพิพาทไม่ โจทก์ย่อมเป็นผู้ครอบครองมีสิทธิในที่ดินพิพาทดีกว่าจำเลยและมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสาม ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้คู่ความไม่ฎีกา ศาลฎีกาเห็นสมควรยกขึ้นวินิจฉัยได้ฎีกาจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3677/2532 นางหยิบ เอี่ยมทะนัง กับพวก โจทก์ นายประเสริฐ อยู่มั่น กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางหยิบ เอี่ยมทะนัง กับพวก · จำเลย - นายประเสริฐ อยู่มั่น กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · เธียร ยูงทอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ - นายสันต์ เกียรติก้อง · ศาลอุทธรณ์ - นายวิชัย บุญธินันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5692/2538ฎีกา 356/2530ฎีกา 3375/2532ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 2520/2544ฎีกา 1170/2505
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา