⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4428/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4428/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาค้ำประกันที่ปิดอากรแสตมป์ไม่ครบบริบูรณ์ เป็นเอกสารที่ห้ามรับฟังเป็นพยานหลักฐานตามกฎหมาย จึงไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ โจทก์จึงฟ้องบังคับคดีแก่ผู้ค้ำประกันไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 2 รับผิดตามสัญญาค้ำประกัน จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องพิสูจน์ว่าจำเลยที่ 2เป็นผู้ค้ำประกันตามฟ้อง แม้จำเลยที่ 1 เบิกความว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน โจทก์ยังคงมีหน้าที่ต้องพิสูจน์เช่นเดิม เมื่อสัญญาค้ำประกันปิดอากรแสตมป์ไม่ครบบริบูรณ์ เป็นเอกสารต้องห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 มีผลเท่ากับไม่มีสัญญาค้ำประกันเป็นหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อจำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ โจทก์จึงฟ้องให้บังคับคดีแก่จำเลยที่ 2 ไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 วรรคสอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.205 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.680 ประมวลรัษฎากร ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ กู้ยืมเงินโจทก์ ๑๕๐,๐๐๐ บาท โดยมีจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน เมื่อครบกำหนดชำระเงินคืน จำเลยที่ ๑ ไม่ชำระดอกเบี้ยและเงินต้น ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๑๗๐,๖๒๕ บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การ และจำเลยที่ ๒ ขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินตามฟ้อง ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีข้อวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ในปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยที่ ๒ ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันหรือไม่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๒ โดยฟังข้อเท็จจริงว่า สัญญาค้ำประกันที่จำเลยที่ ๒ ทำไว้กับโจทก์ตามฟ้องปิดอากรแสตมป์ไม่ครบบริบูรณ์ตามประมวลรัษฎากร แล้ววินิจฉัยว่าสัญญาค้ำประกันปิดอากรแสตมป์ไม่ครบดังกล่าวรับฟังเป็นพยานหลักฐานให้จำเลยที่ ๒ รับผิดตามสัญญาค้ำประกันหาได้ไม่ โจทก์ฎีกาว่าแม้สัญญาค้ำประกันจะปิดอากรแสตมป์ไม่ครบ แต่จำเลยที่ ๑ ได้เบิกความว่าลายมือชื่อในช่องผู้ค้ำประกันเป็นลายมือชื่อจำเลยที่ ๒ ย่อมฟังได้ว่าจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันโดยไม่ต้องอาศัยเอกสารสัญญาค้ำประกัน จึงบังคับให้จำเลยที่ ๒ รับผิดตามสัญญาค้ำประกันได้ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้จำเลยที่ ๒ มิได้ให้การรับว่าได้ทำสัญญาค้ำประกันตามฟ้องกับโจทก์ หากแต่จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การ ดังนี้ โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องพิสูจน์ว่าจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกันตามฟ้อง ลำพังแต่จำเลยที่ ๑ เบิกความว่า จำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน ไม่มีผลให้โจทก์หมดหน้าที่ไม่ต้องพิสูจน์ว่าจำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค้ำประกัน หากแต่โจทก์ยังคงมีหน้าที่ต้องพิสูจน์อยู่เช่นเดิม เมื่อสัญญาค้ำประกันปิดอากรแสตมป์ไม่ครบบริบูรณ์เป็นเอกสารที่ต้องห้ามมิให้รับฟังเป็นพยานหลักฐานตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๑๘ มีผลเท่ากับไม่มีสัญญาค้ำประกันเป็นหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อจำเลยที่ ๒ ผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ โจทก์จึงฟ้องร้องให้บังคับคดีแก่จำเลยที่ ๒ หาได้ไม่ ทั้งนี้ตามบทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๘๐ วรรคสอง พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4428/2532 นายไสว อภิแสงปัญญา โจทก์ นายสุขจิต นุพล กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายไสว อภิแสงปัญญา · จำเลย - นายสุขจิต นุพล กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาม ยิ้มแย้ม · ประชา บุญวนิช · เดชา สุวรรณโณ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายนิพันธ์ ช่วยสกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายมงคง สระฏัน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6938/2539ฎีกา 1800/2511ฎีกา 3219/2534ฎีกา 2135/2518ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1765/2492ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 5712/2541ฎีกา 70/2518ฎีกา 1808/2512ฎีกา 311/2538ฎีกา 591/2513ฎีกา 156/2513ฎีกา 1561-1562/2518ฎีกา 848/2534ฎีกา 1616/2522ฎีกา 4636/2543ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534ฎีกา 234/2491ฎีกา 6565/2544ฎีกา 2386/2541ฎีกา 710/2499
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา