⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 448/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 448/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การหลอกลวงที่กระทำต่อบุคคลจำนวนน้อยเป็นการส่วนตัว ไม่ถือเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน แต่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนตามกฎหมายให้ประกอบกิจการจัดหางาน แต่จำเลยได้ใช้การประกอบกิจการจัดหางานเป็นกลอุบายหลอกลวงโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จให้ผู้เสียหายหลงเชื่อเพื่อให้ส่งมอบเงินค่าบริการแก่จำเลย การหลอกลวงดังกล่าวไม่ปรากฏว่ามีการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนโดยทั่วไป เพียงแต่จำเลยชักชวนผู้เสียหายที่บ้าน แล้วพวกผู้เสียหายก็ชวนกันไปสมัครงานกับจำเลย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 คงมีความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา 341 โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาจัดหางานให้แก่คนหางานโดยเรียกและรับเงินค่าบริการจากคนหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน โดยบรรยายฟ้องในข้อหาฉ้อโกงประชาชนว่า ความจริงแล้วจำเลยกับพวกไม่มีเจตนาและไม่สามารถที่จะจัดส่งผู้ใดไปทำงานได้ตามที่ได้หลอกลวงไว้แต่อย่างใด เช่นนี้แสดงว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะจัดหางานให้แก่พวกผู้เสียหายแต่ประการใด จำเลยเพียงแต่อ้างการจัดหางานมาเป็นข้อหลอกลวงเพื่อให้ได้เงินค่าบริการจากผู้เสียหายเท่านั้น การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต แม้จำเลยให้การรับสารภาพ ก็ไม่อาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ได้ ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้คู่ความไม่ฎีกา ศาลฎีกาเห็นสมควรยกขึ้นวินิจฉัยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 ประมวลกฎหมายอาญา ม.343 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2511 ม.7 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2511 ม.27

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91,341, 343 ซึ่งแก้ไขแล้ว พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานพ.ศ. 2511 มาตรา 8, 27 และให้จำเลยคืนเงิน 154,000 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อมาให้การรับสารภาพข้อหาจัดหางานโดยเรียกและรับเงินค่าบริการโดยมิได้รับอนุญาต คงปฏิเสธข้อหาฉ้อโกงประชาชน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 จำคุก 5 ปี คำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในห้าตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลย4 ปี ลงโทษตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511มาตรา 27 ปรับ 800 บาท จำเลยให้การรับสารภาพในฐานนี้เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 คงปรับ 400 บาทถ้าไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทน และให้จำเลยคืนเงิน 154,000 บาทให้แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องโจทก์ฐานฉ้อโกง แต่ให้จำเลยคืนเงิน 154,000 บาท แก่ผู้เสียหาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า จำเลยได้รับสมัครคนไปทำงานต่างประเทศ ผู้เสียหายทั้งห้าคนได้สมัครไปทำงานกับจำเลย ในการนี้จำเลยได้เรียกค่าบริการจากผู้เสียหายรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 154,000 บาท ต่อมาจำเลยไม่สามารถจัดส่งผู้เสียหายไปทำงานต่างประเทศตามที่จำเลยบอกแก่ผู้เสียหายได้ปัญหาต้องวินิจฉัยมีว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 หรือไม่ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าในการประกอบกิจการจัดหางานของจำเลย จำเลยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนตามกฎหมายแต่อย่างใด อันเป็นเหตุประการแรกที่แสดงให้เห็นเจตนาทุจริตของจำเลย ทั้งจำเลยก็ไม่มีพยานหลักฐานมาแสดงว่าได้จัดหาตำแหน่งงานไว้ จึงไม่น่าเชื่อว่าจะมีนายจ้างจากต่างประเทศมีความไว้วางใจจำเลยมาติดต่อให้จำเลยจัดหาคนงานให้ ข้ออ้างของจำเลยที่ว่าขณะผู้เสียหายมาสมัครงานมีตำแหน่งงานรออยู่พร้อมแล้วย่อมขาดเหตุผล รับฟังไม่ได้ ทั้งได้ความจากนายบำเรอ ต่ายเพ็ชรนายสุพจน์ กาญจนาเคหาสน์ และนายชลอ อารีย์ ผู้เสียหายเบิกความเป็นพยานโจทก์สอดคล้องต้องกันว่า จำเลยได้เปิดรับสมัครคนงานไปทำงานในประเทศแถบตะวันออกกลาง โดยจำเลยให้คำรับรองและยืนยันว่า ถ้าสมัครกับบริษัททอปเอเยนซี่ จำกัด ของจำเลยแล้วจะได้ไปทำงานในต่างประเทศแน่นอนเร็วกว่าบริษัทอื่น แต่ในที่สุดเมื่อถึงกำหนดนัดเดินทาง จำเลยก็ไม่สามารถจัดส่งผู้เสียหายเดินทางไปต่างประเทศได้ จำเลยได้ขอผัดผ่อนการเดินทางไปหลายครั้งจนกระทั่งครั้งสุดท้ายก็ยังไม่อาจส่งผู้เสียหายไปทำงานได้ตามที่สัญญาไว้กับผู้เสียหายรวมทั้งเช็คที่จำเลยออกให้เพื่อชำระเป็นค่าบริการคืนให้แก่ผู้เสียหายแต่ละคนก็ปรากฏว่าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินทั้งหมดทุกฉบับ พฤติการณ์ของจำเลยจึงเป็นการชี้ชัดว่าจำเลยได้ใช้การประกอบกิจการจัดหางานดังกล่าวมาทั้งหมดเป็นกลอุบายหลอกลวงโดยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จให้ผู้เสียหายหลงเชื่อเพื่อให้ส่งมอบเงินค่าบริการแก่จำเลย แต่ในการหลอกลวงดังกล่าวไม่ปรากฏว่าจำเลยได้แสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนโดยทั่วไป กลับได้ความว่าจำเลยได้ไปชักชวนผู้เสียหายที่บ้าน แล้วพวกผู้เสียหายก็ชวนกันไปสมัครงานกับจำเลย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 คงมีความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา 341 เท่านั้น ฎีกาโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน ส่วนข้อหาจัดหางานให้แก่คนหางานโดยเรียกและรับเงินค่าบริการจากคนหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง และศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษต้องกันมานั้นโจทก์ได้บรรยายถึงข้อหาดังกล่าวในตอนบรรยายฟ้องความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนว่า ความจริงแล้วจำเลยกับพวกไม่มีเจตนาและไม่สามารถที่จะจัดส่งผู้ใดไปทำงานในกลุ่มประเทศแถบตะวันออกกลางได้ตามที่ได้หลอกลวงไว้แต่อย่างใด เช่นนี้แสดงว่าจำเลยไม่มีเจตนาจะจัดหางานให้แก่พวกผู้เสียหายแต่ประการใด จำเลยเพียงแต่อ้างการจัดหางานมาเป็นข้อหลอกลวงเพื่อให้ได้เงินค่าบริการจากผู้เสียหายเท่านั้นการกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตตามฟ้อง แม้จำเลยให้การรับสารภาพ ก็ไม่อาจลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ได้ ปัญหาข้อนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยแม้คู่ความไม่ฎีกา ศาลฎีกาเห็นสมควรยกขึ้นวินิจฉัย" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 จำคุก 1 ปี คำเบิกความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามมาตรา 78 คงจำคุก 9 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 154,000 บาท แก่ผู้เสียหาย คำขออื่นของโจทก์ให้ยก ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 448/2532 อัยการ กรมอัยการ โจทก์ นาย ประเสริฐ มี เงิน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย ประเสริฐ มี เงิน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · นำชัย สุนทรพินิจกิจ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 2530/2527ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 6196/2534ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7201/2568ฎีกา 16889/2555ฎีกา 6863/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา