⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4765/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4765/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยและเจตนาของจำเลยเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ศาลล่างวินิจฉัยไว้แล้ว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาที่โต้แย้งข้อเท็จจริงที่ศาลล่างรับฟังมา.

ย่อคำพิพากษา

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยกระทำอย่างไร มีเจตนาอย่างไรเป็นปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อศาลล่างทั้งสองฟังว่าจำเลยมีเจตนาประสงค์จะได้ทรัพย์ จึงได้ทำร้ายผู้เสียหายเพื่อเอาทรัพย์ตามที่โจทก์ฟ้องจำเลยโต้เถียงว่า ความจริงไม่ใช่เช่นนั้น จำเลยมีเจตนาทำร้ายร่างกายผู้เสียหายอย่างเดียวก่อน เมื่อผู้เสียหายสลบไปแล้วจำเลยจึงมีเจตนาเอาทรัพย์ไปภายหลัง ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาจึงแตกต่างกับฟ้องนั้น เป็นฎีกาที่โต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้งสองรับฟังมา ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80,289, 339 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน2514 ข้อ 14 ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวน 1,150 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหายด้วย จำเลยไม่ได้ให้การ ถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา339 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ที่ 21 พฤศจิกายน 2514ข้อ 14 จำเลยอายุ 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 ให้จำคุก 5 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 1,150 บาท แก่ผู้เสียหาย ส่วนข้อหาอื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสาม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 จำคุก 3 ปี 4 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสาม คงจำคุก 3 ปี 4 เดือนดังนี้ ศาลอุทธรณ์เพียงแต่ปรับบทกฎหมายที่ลงโทษจำเลยโดยระบุวรรคให้ถูกต้องแต่ยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี ซึ่งเป็นการแก้ไขเล็กน้อย จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยไปหาบิดา แต่บิดาไม่อยู่ ผู้เสียหายรีดผ้าอยู่ห่างจากจำเลย 2 วา เกิดโต้เถียงกัน ผู้เสียหายตบหน้าจำเลยก่อน จำเลยชกต่อยผู้เสียหายจนหมดสติแล้วจำเลยเก็บทรัพย์สินใส่กระเป๋าเดินออกจากบ้านที่เกิดเหตุ จึงเป็นการทำร้ายร่างกายและลักทรัพย์ไม่ใช่เป็นการชิดทรัพย์ดังที่ศาลล่างทั้งสองได้วินิจฉัยไว้ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาจึงแตกต่างกับฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายนั้นศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยกระทำอย่างไร มีเจตนาอย่างไร เป็นปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลล่างทั้งสองฟังว่าจำเลยมีเจตนาประสงค์จะได้ทรัพย์ จึงได้ทำร้ายผู้เสียหายเพื่อเอาทรัพย์ตามที่โจทก์ฟ้อง จำเลยโต้เถียงว่าความจริงไม่ใช้เช่นนั้น จำเลยมีเจตนาทำร้ายร่างกายผู้เสียหายอย่างเดียวก่อน เมื่อผู้เสียหายสลบไปแล้ว จำเลยจึงมีเจตนาเอาทรัพย์ไปภายหลัง ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาจึงแตกต่างกับฟ้องนั้นเป็นฎีกาที่โต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลล่างทั้งสองรับฟังมา ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย" พิพากษายกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4765/2532 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นาย พิเชษฐหรือระ จิตรุ่ง วิทยา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย พิเชษฐหรือระ จิตรุ่ง วิทยา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · พนม พ่วงภิญโญ · นำชัย สุนทรพินิจกิจ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 1047/2498ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 10648/2554ฎีกา 4276/2534ฎีกา 3300/2552ฎีกา 164/2553ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1209/2523ฎีกา 395/2484ฎีกา 2963/2535ฎีกา 1254/2494ฎีกา 9076/2558ฎีกา 540/2485ฎีกา 132/2481ฎีกา 149/2521ฎีกา 34/2491ฎีกา 1230/2515ฎีกา 472/2539ฎีกา 3107/2533ฎีกา 2772/2539ฎีกา 203/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ