⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5095/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5095/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำขึ้นเพื่อระงับข้อพิพาทที่มีอยู่แล้ว ย่อมมีผลผูกพันคู่สัญญา แม้ต่อมาข้อเท็จจริงที่นำไปสู่ข้อพิพาทนั้นจะพิสูจน์ไม่ได้ในทางคดีอาญาก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

บันทึกเปรียบเทียบของนายอำเภอมีข้อความว่า "จำเลยเผาป่าทำให้ไฟลุกลามไหม้สวนยางพาราของโจทก์ ยางพาราเสียหาย 1,211 ต้น โจทก์คิดค่าเสียหาย 250,000 บาท จำเลยยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตามจำนวนดังกล่าวภายใน 70 วัน และจำเลยลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน ถือเป็นข้อตกลงที่โจทก์และจำเลยระงับข้อพิพาทเรื่องไฟไหม้สวนยางพาราของโจทก์ซึ่งมีอยู่แล้วให้เสร็จไปจึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความที่มีผลผูกพันโจทก์และจำเลย แม้ต่อมาจะปรากฏว่าคดีอาญาที่จำเลยถูกฟ้องฐานทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาทศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า พยานหลักฐานโจทก์ไม่พอให้รับฟังได้ว่าจำเลยจุดไฟเผาหญ้าโดยประมาทเป็นเหตุให้ไฟไหม้สวนยางพาราของโจทก์ และคดีถึงที่สุดแล้วก็ตามโจทก์จำเลยก็ยังคงต้องผูกพันกันตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.188 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินตามสัญญาประนีประนอมยอมความ อันเนื่องมาจากจำเลยทำไฟไหม้ลุกลาบต้นยางพาราของโจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของที่ดินตามฟ้อง จำเลยไม่เคยเผาป่าและไม่เคยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยนำพยานเข้าสืบฟังได้ว่า จำเลยไม่ได้กระทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของโจทก์เสียหาย และในเรื่องนี้จำเลยถูกฟ้องเป็นคดีอาญาฐานทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาทตามสำนวนคดีหมายเลขดำที่ ๓๘๐/๒๕๒๘ หมายเลขแดงที่ ๑๖๑๓/๒๕๒๘ ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องและศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์จะเรียกร้องให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายตามบันทึกสัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย จ.๓ ไม่ได้เพราะเป็นสัญญาที่ทำขึ้นโดยปราศจากมูลหนี้อันแท้จริงนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า แม้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ดังข้อเท็จจริงในคดีอาญาดังกล่าวเป็นยุติว่า พยานหลักฐานโจทก์ไม่พอให้รับฟังได้ว่าจำเลยจุดไฟเผาหญ้าโดยประมาณเป็นเหตุให้ไฟลามไหม้สวนยางพาราของโจทก์ คดีถึงที่สุดแล้ว แต่การที่จำเลยยอมตกลงตามบันทึกเปรียบเทียบของนายอำเภอพุนพินเมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๒๗ ว่า จำเลยเผาป่าทำให้ไฟลุกลามไหม้สวนยางพาราของโจทก์ ยางพาราเสียหาย ๑,๒๑๑ ต้น โจทก์คิดค่าเสียหาย ๒๕๐,๐๐๐ บาท จำเลยยินยอมชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ตามจำนวนดังกล่าวภายใน ๗๐ วัน นับแต่วันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๒๗ เป็นต้นไป และจำเลยลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานตามภาพถ่ายบันทึกเปรียบเทียบของนายอำเภอพุนพินเอกสารหมาย จ.๓ บันทึกสัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย จ.๓ ดังกล่าวจึงเป็นข้อตกลงที่โจทก์และจำเลยระงับข้อพิพาทเรื่องไฟไหม้สวนยางพาราของโจทก์ซึ่งมีอยู่แล้วให้เสร็จไป จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความโดยชอบด้วยกฎหมายที่จำเลยทำด้วยความสมัครใจ โจทก์และจำเลยย่อมต้องผูกพันกันตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้น ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5095/2532 นายเลื่อน จันทร์เล็ก โจทก์ นายสนั่น ศรนิมิตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเลื่อน จันทร์เล็ก · จำเลย - นายสนั่น ศรนิมิตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจริญ นิลเอสงฆ์ · มาโนช เพียรสนอง · ประมาณ ชันซื่อ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุราษฏร์ธานี - นายจรินทร์ ไกรเทพ · ศาลอุทธรณ์ - นายถวิล ตรีเพชร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4715/2542ฎีกา 1917/2559ฎีกา 481/2526ฎีกา 2335/2551ฎีกา 1308/2533ฎีกา 1000/2505ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 1982/2519ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534ฎีกา 8207/2538ฎีกา 3119/2558ฎีกา 4282/2536ฎีกา 1948/2520ฎีกา 953/2505ฎีกา 533/2521ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 276/2520ฎีกา 7339/2540ฎีกา 17791/2556ฎีกา 7631/2552ฎีกา 4541/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา