⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 714/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 714/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. หนังสือมอบอำนาจที่กระทรวงในรัฐบาลแต่งตั้งบุคคลให้ฟ้องคดีแทน แม้มิได้ปิดอากรแสตมป์ก็ไม่ทำให้เสียไปเพราะได้รับยกเว้นตาม ป. รัษฎากร 2. บ้านที่ปลูกบนที่ราชพัสดุซึ่งเป็นที่ดินที่ใช้ในราชการ ย่อมเป็นส่วนควบของที่ดิน เมื่อมีการโอนที่ดิน บ้านย่อมตกเป็นของผู้รับโอนไปด้วย 3. ข้อตกลงให้บุคคลอาศัยอยู่ในบ้านพิพาทได้ตลอดไปจนกว่าจะใช้ประโยชน์อย่างอื่น เป็นสิทธิอาศัยซึ่งเป็นทรัพยสิทธิ เมื่อไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ย่อมไม่บริบูรณ์และใช้ยันบุคคลภายนอกไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

หนังสือมอบอำนาจที่กระทรวงในรัฐบาลแต่งตั้งบุคคลให้ฟ้องคดีแทน แม้มิได้ปิดอากรแสตมป์ก็ไม่ทำให้เสียไปเพราะได้รับยกเว้นตาม ป. รัษฎากร จำเลยปลูกบ้านบนที่ราชพัสดุซึ่งเป็นที่ดินที่ใช้ในราชการกระทรวงกลาโหมโดยกองทัพบก บ้านย่อมเป็นส่วนควบของที่ดิน เมื่อกองทัพบกโอนที่ดินให้โจทก์จึงเท่ากับโอนบ้านให้แก่โจทก์ด้วย ข้อตกลงที่ว่า จำเลยยกบ้านพิพาทให้แก่กองทัพบกโดยกองทัพบกตกลงให้จำเลยอาศัยอยู่ในบ้านพิพาทได้ตลอดไปจนกว่ากองทัพบกจะใช้ประโยชน์อย่างอื่นนั้นเข้าลักษณะสิทธิอาศัยซึ่งเป็นทรัพยสิทธิอย่างหนึ่งเมื่อไม่ได้จดทะเบียนทรัพยสิทธิดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ย่อมไม่บริบูรณ์ ใช้ยันโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่ได้ โจทก์ย่อมฟ้องขับไล่จำเลยได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.107 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1402 ประมวลรัษฎากร ม.121

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอบังคับให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินและอาคารเลขที่ 300 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไทกรุงเทพมหานคร ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์จนถึงวันฟ้องจำนวน 27,040 บาท และให้เสียดอกเบี้ยในต้นเงินดังกล่าวในอัตราร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้องจนถึงวันที่จำเลยชำระเสร็จกับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 1,800 บาท นับแต่วันฟ้องไป จนกว่าจำเลยและบริวารออกจากที่ดินและอาคารของโจทก์ ห้ามมิให้จำเลยและบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินและอาคารพิพาทต่อไป จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ในอาคาร จึงไม่มีอำนาจฟ้องบังคับให้จำเลยออกจากอาคาร โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลย ค่าเสียหายที่โจทก์ฟ้องเรียกมานั้นก็สูงเกินกว่าความเป็นจริง โจทก์จึงยังไม่มีสิทธิในอาคาร ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินและอาคารเลขที่ 300 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไทกรุงเทพมหานคร ของโจทก์ห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 1,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 11 กรกฎาคม 2525จนกว่าจะขนย้ายออกไป จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ส่วนที่ว่าหนังสือมอบอำนาจมิได้ปิดอากรแสตมป์ แม้จำเลยมิได้ให้การต่อสู้ไว้จึงไม่เป็นปัญหาที่ได้ว่ากล่าวมาแต่ศาลชั้นต้น แต่ศาลฎีกาก็จะวินิจฉัยให้เพราะเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนและเห็นว่าโจทก์เป็นกระทรวงในรัฐบาล ได้รับยกเว้นไม่ต้องปิดอากรแสตมป์หนังสือมอบอำนาจตามประมวลรัษฎากรดังนี้ หนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีนี้ของโจทก์ จึงชอบแล้ว ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า บ้านพิพาทกรรมสิทธิ์ยังเป็นของกองทัพบกเพราะกองทัพบกไม่ได้ส่งมอบให้แก่โจทก์ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยนั้น เห็นว่า ที่ดินที่จำเลยใช้ปลูกบ้านพิพาทเป็นที่ราชพัสดุที่กระทรวงกลาโหมโดยกองทัพบกได้โอนให้แก่โจทก์ตามพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 ซึ่งบัญญัติไว้ในมาตรา 11 ว่าให้โอนบรรดาที่ราชพัสดุที่กระทรวง ทบวง กรม ได้มา เป็นของกระทรวงการคลัง ดังนี้ บ้านพิพาทซึ่งปลูกสร้างในที่ดินแปลงดังกล่าวและเป็นส่วนควบกับที่ดินแปลงนั้น ย่อมต้องโอนมาเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ด้วย ที่จำเลยนำสืบว่า กองทัพบกไม่ได้ส่งมอบบ้านพิพาทให้แก่โจทก์นั้น เห็นว่า บ้านพิพาทเป็นส่วนควบของที่ดิน เมื่อกองทัพบกโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่โจทก์จึงเท่ากับโอนบ้านพิพาทให้แก่โจทก์ด้วย กรณีฟังได้ว่าบ้านพิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ โจทก์มีอำนาจฟ้อง... สำหรับปัญหาที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยทำนิติกรรมยกบ้านพิพาทให้กองทัพบกโดยกองทัพบกตกลงให้จำเลยอยู่อาศัยในบ้านพิพาทได้ตลอดไปจนกว่ากองทัพบกจะใช้ประโยชน์อย่างอื่น เป็นสัญญาต่างตอบแทน นั้นเห็นว่า ถึงแม้จะมีข้อตกลงเป็นการตอบแทนกันดังกล่าว ข้อตกลงนั้นเข้าลักษณะสิทธิอาศัยซึ่งเป็นทรัพยสิทธิอย่างหนึ่ง เมื่อมิได้มีการจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ย่อมไม่บริบูรณ์ ใช้ยันโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่ได้ โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินและบ้านพิพาทเมื่อไม่ต้องการให้จำเลยอยู่ต่อไป ก็ย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยออกไปได้..." พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 714/2532 กระทรวงการคลัง โจทก์ นาย สง่า รั ตน วงศ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กระทรวงการคลัง · จำเลย - นาย สง่า รั ตน วงศ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาม ยิ้มแย้ม · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 1219-1222/2526ฎีกา 10866/2546ฎีกา 231/2482ฎีกา 1781/2509ฎีกา 1280/2492ฎีกา 955/2535ฎีกา 472/2513ฎีกา 383/2490ฎีกา 557/2493ฎีกา 319/2530ฎีกา 558/2521ฎีกา 1145/2495ฎีกา 230/2501ฎีกา 377/2536ฎีกา 15964/2553ฎีกา 5640/2541ฎีกา 1081-1082/2522ฎีกา 7786/2538ฎีกา 4995-5000/2531ฎีกา 7214/2538ฎีกา 1887/2547ฎีกา 1344/2482ฎีกา 699/2486
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ