⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1001/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1001/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การปลอมดวงตราของกระทรวงการต่างประเทศเพื่อประทับในหนังสือเดินทางให้เหมือนจริง ถือเป็นการปลอมหนังสือเดินทางสำเร็จบริบูรณ์ และการนำหนังสือเดินทางปลอมไปใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ถือเป็นการใช้เอกสารปลอมและรอยตราปลอมในขณะเดียวกัน หากการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดหลายบท ให้ลงโทษตามบทกฎหมายที่หนักที่สุด โดยคำนึงถึงบทบัญญัติที่ให้ลงโทษเพียงกระทงเดียวหากเป็นความผิดต่อเนื่องกัน.

ย่อคำพิพากษา

เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า การที่จำเลยปลอมขึ้นซึ่ง ดวงตราของ กระทรวงการต่างประเทศ แล้วนำไปประทับในหนังสือเดินทางให้เกิดรอยตรา ที่ประทับเหมือนของจริง จึงเป็นการปลอมหนังสือเดินทางสำเร็จบริบูรณ์สมเจตนาของจำเลยแล้ว การกระทำของจำเลยส่วนนี้จึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อ กฎหมายหลายบท ตาม ป.อ. มาตรา 265 กับมาตรา 251 ซึ่ง เป็นบทหนักกระทงหนึ่ง ส่วนการที่จำเลยนำหนังสือเดินทางปลอมซึ่ง มีรอยตรา ปลอมประทับดังกล่าวไปใช้ แสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เพื่อตรวจ ประทับตราเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรนั้น การกระทำของจำเลยส่วนหลังนี้จึงเป็นการใช้เอกสารปลอมและรอยตรา ปลอมในขณะเดียว กัน เป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ตาม ป.อ. มาตรา 268 วรรคสองประกอบด้วยมาตรา 265 และมาตรา 252 ประกอบด้วย มาตรา 251 ต้องลงโทษตาม มาตรา 252 ซึ่ง เป็นบทหนัก แต่ ตาม มาตรา 263 กำหนดว่าผู้กระทำผิดตาม มาตรา 251 หากกระทำผิดตาม มาตราอื่นในหมวดนี้อันเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดจากการกระทำความผิดนั้นด้วย ให้ลงโทษตาม มาตรา251 เพียงกระทงเดียว ดังนี้ จึงต้อง ลงโทษจำเลยตาม มาตรา 251 ประกอบด้วย มาตรา 263 เพียงกระทงเดียว.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.251 ประมวลกฎหมายอาญา ม.252 ประมวลกฎหมายอาญา ม.263 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33,83, 91, 251, 252, 264, 265, 268 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 5 และขอให้ริบหนังสือเดินทางของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 32, 33, 83, 91, 251, 252, 264, 265, 268 (ที่แก้ไขแล้ว)จำเลยปลอมดวงตรากระทรวงการต่างประเทศ 2 ดวงตรา ปลอมหนังสือเดินทางแล้วประทับดวงตราปลอมลงในหนังสือเดินทางปลอมดังกล่าวก็เพื่อให้การปลอมหนังสือเดินทางเสร็จบริบูรณ์ เป็นความผิดกรรมเดียวกันและจำเลยใช้หนังสือเดินทางปลอมดังกล่าวด้วยให้ลงโทษตามมาตรา 251ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกจำเลย 3 ปี และข้อหาใช้เอกสารราชการปลอมและรอยตราปลอมนั้นตามมาตรา263 ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 251 จำคุกจำเลย 3 ปี รวมลงโทษจำคุกจำเลย 6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 เห็นสมควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 3 ปี ของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานทำเอกสารปลอมและทำดวงตราปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 251 กระทงหนึ่งซึ่งโทษตามมาตรา 251 เป็นบทหนักกับมีความผิดฐานใช้เอกสารปลอมและใช้รอยตราปลอมตามมาตรา 268 วรรค 2 ประกอบด้วยมาตรา 265 และมาตรา252 อีกด้วย ซึ่งโทษตามมาตรา 252 เป็นบทหนัก ตามมาตรา 263 ให้ลงโทษตามมาตรา 251 กระทงเดียว จำคุก 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามมาตรา 78 จำคุกจำเลย 1 ปี 6 เดือน ให้รอการลงโทษจำเลยไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม ขอให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยไม่รอการลงโทษ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "การที่จำเลยทำปลอมขึ้นซึ่งดวงตราของกระทรวงการต่างประเทศ แล้วนำไปประทับในหนังสือเดินทางให้เกิดเป็นรอยตราที่ประทับเหมือนของจริงเพื่อให้ผู้ที่พบเห็นหลงเชื่อว่าเป็นหนังสือเดินทางที่แท้จริงนั้น เป็นการกระทำโดยมีเจตนาเพื่อให้การปลอมหนังสือเดินทางสำเร็จบริบูรณ์สมดังเจตนาของจำเลย การกระทำของจำเลยในส่วนนี้จึงเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265 กับมาตรา 251 ซึ่งเป็นบทหนัก กระทงหนึ่ง แต่เมื่อจำเลยนำหนังสือเดินทางปลอมซึ่งมีรอยตราปลอมประทับดังกล่าวไปใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเพื่อตรวจประทับตราเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร การกระทำของจำเลยส่วนหลังนี้เป็นการใช้เอกสารปลอมและรอยตราปลอมในขณะเดียวกัน จึงเป็นความผิดกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสองประกอบด้วยมาตรา 265 และมาตรา 252 ประกอบด้วยมาตรา 251 ลงโทษตามมาตรา 252 ซึ่งเป็นบทหนัก แต่มาตรา 263 บัญญัติว่า "ถ้าผู้กระทำความผิดตาม...มาตรา 251...ได้กระทำความผิดตามมาตราอื่นที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้ อันเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดจากการกระทำผิดนั้นด้วย ให้ลงโทษผู้นั้นตาม...มาตรา 251...แต่กระทงเดียว" ดังนั้น เมื่อจำเลยทำดวงตราปลอมและใช้รอยตราปลอมด้วย จึงต้องลงโทษตามมาตรา 251 ประกอบด้วยมาตรา 263 เพียงกระทงเดียว ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 3942/2529ระหว่างพนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นางสาวทองมา ลือนาม หรือถวิลเผือกประพันธ์ จำเลย ที่โจทก์ฎีกาว่าการกระทำความผิดของจำเลยตามมาตรา 265, 268 เป็นการกระทำความผิดคนละหมวดกับความผิดตามมาตรา251, 252 ซึ่งมีความหมายว่าจะนำมาตรา 263 มาใช้บังคับไม่ได้นั้นเห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ความผิดกระทงแรกตามมาตรา 265ได้รวมเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวกับความผิดตามมาตรา 251 ซึ่งจะต้องลงโทษตามมาตรา 251 อันเป็นบทหนักและความผิดกระทงหลังตามมาตรา 268 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 265 ได้รวมเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวกับความผิดตามมาตรา 252 ประกอบด้วยมาตรา 251 ซึ่งจะต้องลงโทษตามมาตรา 252 อันเป็นบทหนักดังวินิจฉัยมาข้างต้นแล้ว การปรับบทลงโทษจึงต้องลงโทษตามมาตรา 251 และ 252 ซึ่งอยู่ในหมวดเดียวกันโดยไม่ต้องคำนึงถึงโทษตามมาตรา 265 และ 268 อีกเมื่อเป็นดังนี้ย่อมนำมาตรา 263 มาใช้บังคับได้ ข้อที่โจทก์ฎีกาขอไม่ให้รอการลงโทษจำเลย อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงนั้น แม้คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 3 ปีและศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำคุกจำเลย 1 ปี 6 เดือน โดยให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี อันถือได้ว่าเป็นการแก้ไขมาก ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา218 ก็ตาม แต่เห็นว่า จำเลยเป็นคนไทย กระทำความผิดคดีนี้ก็เพื่อต้องการเดินทางเข้าประเทศไทยอันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของตน และจำเลยต้องขังมานานพอที่จะเกิดความสำนึกผิดได้แล้ว จึงเห็นควรให้โอกาสจำเลยกลับตัวเป็นพลเมืองดีต่อไป ศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจรอการลงโทษจำเลยมานั้นชอบแล้ว..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1001/2533 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นางสาว วันเพ็ญ ท้วม เจริญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นางสาว วันเพ็ญ ท้วม เจริญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มนู วงศ์แสงจันทร์ · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · ชุม สุกแสงเปล่ง
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1079/2497ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 4225/2559ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 3864/2546ฎีกา 2664/2520ฎีกา 581/2527ฎีกา 1271/2498
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ